ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

757,166 กระทู้ ใน 29,390 หัวข้อ- โดย 35,393 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: sartrot

21 ก.ย. 2018, 06:09 AM
Honda Jazz LoverHonda Jazz Lover Society / ชุมชนคนรักฮอนด้าแจ๊สห้องช่างใหญ่ ให้ทำเอง / DIY (ผู้ดูแล: Carrot, Mr.D, -TUM-, stickylight)กรณีที่ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ (ไฟ Engine) เจออะไรเสียบ้าง แก้ไขยังไง มาดูกันครับ

หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กรณีที่ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ (ไฟ Engine) เจออะไรเสียบ้าง แก้ไขยังไง มาดูกันครับ  (อ่าน 24290 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 01:01 AM »

ก่อนอื่นขอแนะนำรถที่ผมใช้ก่อนะนครับ

ผมใช้รถ Honda jazz 2009 เครื่อง I-VTEC (L-15A) จับดมสารระเหยมาเรียบร้อย (ติดแก๊สมาแล้ว)

ระยะทางที่ใช้รถมาก็ปาไป 2 แสน กับอีก 1 หมื่น กิโลเมตรแล้วครับ เหอๆ รถวิ่งมา 6 ปี แล้ว เริ่มแก่แระ 55  ลั้น ลัน ลา

รถผมมีอาการอย่างแรกที่เจอคือ อาการเดินเบาสะดุด ทั้งระบบแก๊สและน้ำมันเลยครับ

หลังจากนั้นผมจึงลองวิ่งด้วยน้ำมันอย่างเดียวดู ปรากฏว่าอาการสะดุดยังมีอยู่ครับ คล้ายเครื่องจะดับ

และต่อมามีไฟรูปเครื่องยนต์โชว์มาที่หน้าคอลโซล (ไฟ Engine) ทีนี้อาการหนักข้อเลยครับ เร่งไม่ออก แถมสะดุดด้วย

การเปลี่ยนเกียร์ดูมันผิดปกติ คือ แนวว่าเรากดคันเร่งแล้วมันไม่ยอมไป เร่งไม่ไป เกียร์เปลี่ยนช้า

ผมเลยเดาๆว่าน่าจะเป็นที่ตัว ตัวอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ เสียหรือเปล่า เพราะวิ่งน้ำมันอย่างเดียวมันมีอาการด้วย

ผมรู้สึกว่าเริ่มไม่ไหว เลยเอารถเข้าศูนย์ฮอนด้าธัญบุรีดูครับ (ศูนย์อยู๋ใกล้ที่สุดในตอนนั้น)

อ่อลืมบอก ศูนย์นี้เค้าไม่รับประกันงานซ่อมของรถที่ติดแก๊สมานะครับ

แนวว่าถ้าเป็นไปได้เค้าจะไม่รับทำอะไรเลย ถ้าเป็นรถที่ติดแก๊ส ว่างั้นเหอะ พอเค้าตรวจสอบแล้ว

ปรากฎว่า Error code ที่ขึ้นแจ้งมานั้นไม่เกี่ยวกับตัวอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ (Error code 13)

ทางศูนย์เลยทำการเคลียค่า Error code ให้ โดนไป 480 บาท โดยศูนย์แนะนำว่า ถ้าไฟขึ้นอีกให้ไปหาร้านที่ติดตั้งระบบแก๊สครับ

แนวว่า Error code ที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากกล่อง ECU ของแก๊สไปรบกวนการทำงานของ ECU น้ำมัน (มันมั่วได้ใจจริงๆ)

สรุปว่าวันนั้น เอารถเข้าศูนย์ตั้งแต่ 8.40 ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 ได้รับรถคืนเวลา 17.00 น.ของวันเดียวกัน

แต่รถไม่ได้ทำการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใดๆเลย แต่ต้องเสียเงินค่าตรวจเช็คเป็นเงิน 480 บาท หลังจากออกจากศูนย์แล้ว

ผมลองวิ่งรถไปประมาณ 200 ก.ม. สังเกตุได้ครับว่า อาการกระตุกยังมีอยู่ พอสักพัก อาการเริ่มหนักขึ้นๆอีกครั้ง

แล้วตอนนี้ไฟรูปเครื่องยนต์ก็ขึ้นโชว์มาที่หน้าคอลโซลอีกครับ อาการขับแล้วเครื่องสั่นกระตุก ก็ยังมีมาด้วย

สรุปว่าผมเสียตังให้ฟรีๆ 480 เป็นค่าอะไรครับ ค่า เคลีย Error code หรือครับ หลังจากนั้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม

ผมได้นำรถเข้าไปเช็คที่อู่แก๊สย่านคลอง 3 ทางช่างได้นำเครื่องมือมาอ่านค่า Error code จากตัว ECU รถ

แล้วพบว่า มีความผิดปกติของคอยล์จุดระเบิดตัวที่ 3 จะต้องทำการเปลี่ยนคอยล์จุดระเบิดตัวที่ 3 ใหม่ รถจึงจะกับมาวิ่งได้ปกติ

และได้ทำการ เคลีย Error code ให้ ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาทีเท่านั้น ผมจึงอยากทราบว่า ศูนย์เอารถผมไปทำอะไนทั้งวันของวันที่ 24

เพราะการอ่านค่า ERROR Code ของรถไม่น่าจะใช้เวลานานขนาดนั้น และในวันที่ 28 กรกฎาคม 2558

ทางศูนย์ฮอนด้าธัญบุรีโทรมาหาผมครับ เริ่มแรก โทรมาถามว่า รถที่เคลีย Error code ไปเป็นยังไงบ้าง

ผมได้แจ้งไปว่ามันเป็นเหมือนเดิมครับ สะดุด กระตุก แถม Error code ก็กลับขึ้นมาโชว์ขึ้นอีก แล้วจะให้ผมทำไง

เท่ากับว่าผมเสียตังค่าเคลีย Error code ไปฟรีๆหรือครับ ผมจึงเล่าให้เค้าฟังต่อไปอีกว่า ผมเอารถไปเช็คข้างนอก

เห็นการเคลีย Error code ที่แสนจะง่ายดาย และใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ในการอ่านค่า และเคลียมัน

แต่ศูนย์ธัญบุรีของคุณใช้เวลาทั้งวันในการเคลีย Error code แถมยังไม่รู้อีกว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วยังให้ลูกค้านำรถออกไปวิ่งดู

โดยที่ต้องเสียตังฟรีๆอีก และสุดท้าย มาถามผมว่า จะเข้ามาซ่อมที่ศูนย์ธัญบุรีนี้ไหม ผมตอบกลับไปว่า ไม่ครับ

ผมไปเข้าศูนย์อื่นดีกว่ามากๆ และผมจะประเมินให้ศูนย์นี้ได้คะแนน 0 เต็ม 5 แน่นอน ผมจึงขอแชร์ประสบการณ์อันเลวร้าย

ว่าศูนย์ฮอนด้าธัญบุรีนี้ มีพฤติกรรมที่ไม่ดีกับลูกค้า ในด้านงานซ่อม และการเปลี่ยนอะไล่ แนวว่าเหมือนเลี้ยงไข้ลูกค้า

ให้มาซ่อมหลายๆครั้ง จ่ายตังหลายๆครั้ง ไม่ซ่อมให้จบในครั้งเดียวครับ ขอให้รับข้อนี้ไปพิจารณด้วยครับ

ผมเองเข็ดกับศูนย์นี้ครับ และจะไม่เข้าไปใช้บริการอีกแน่นอน สำหรับศูนย์ฮอนด้าธัญบุรี (อันนี้ขอระบายเรื่องศูนยบริการฮอนด้าห่วยๆหน่อยนะครับ)

อ่ะ บ่นมาซะยาว ผลจากศูนย์ห่วยๆข้างต้น ผมจึงได้ไปสั่งอะไหล้ตัวคอยล์จุดระเบิดจากศูนย์วองฮอนด้า ย่านรังสิต

(ผมจะไม่เข้าไปยุ่งกับศูนย์ธัญบุรีอีกแล้ว เพราะรถผมมันติดแก๊ส มันไม่รับครับ อ๊าก)

สั่งอะไหล่ตัวนี้ คอยล์จุดระเบิดมันราคาแรงพอตัวเลยครับ มันมี 4 ตัว ราคาตัวละ 2,596 บาท

ถ้าเปลี่ยน 4 ตัว ก็ 1 หมื่น แพงได้ใจไหม 55  เดี๋ยวโดน  จน

แต่ที่ผมทราบมาคือ มันเสียแค่ตัวเดียว คือ คอยล์หมายเลข 3 นั่งเอง ผมจึงสั่งซื้อตัวเดียวครับ

อ่ะ มาชมภาพก่อนล่ะกัน แพล่มมายาวเหลือเกิน 555  ซุบซิบ อี่ อี่

อันนี้ปกติ เราบิดกุญแจก่อนติดเครื่อง มันจะขึ้นไฟครบหมดเลย ถือว่าปกติครับ


ส่วนเมื่อติดเครื่องยนต์แล้วไฟรูปเครื่องยนต์ยังติดแสดงว่าเครื่องยนต์มีปัญหา ทำงานผิดปกติ ผมเจอเคสนี้ครับ เหอะๆ


รถของผมติดแก๊สมาแล้ว ทำการปรับจูนเองตลอด ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ใช้ยี่ห้อ Europe Gas ครับ ไม่ได้มาโฆษณานะ อิอิ


พอไปหาตำรามาดู เค้าบอกตามนี้ครับ


พอรู้ว่าตัวต้นเหตุคืออะไรเลยจัดมาชุดนึง 2,596 บาท  จน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 ส.ค. 2015, 02:12 AM โดย uthainae_jazz » บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #1 เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 01:50 AM »

มาต่อกันเลยนะครับ

หลังจากที่ซื้อตัวคอยล์ตัวใหม่มา ในราคา 2,596 บาท พอรวม VAT แล้วก็ปาไป 2,777 บาท เหอะๆ แพงเว่อร์มาก  บาดเจ็บ

จากนั้นผมกะว่าจะให้ศูนย์วองฮอนด้าเปลีี่ยนให้เลย แต่ปรากฏว่า วันนั้นช่างไม่อยู่ หยุดหมด 555 ซวยไป

เลยโทรถามศูนย์รังสิต ตรงฟิวเจอร์พาร์ค ตอนนั้นเวลาราวๆ บ่าย 2 โมง ปรากฎว่า พนักงานสาวพูดว่าไม่รับซ่อมให้ เพราะลูกค้าเอาอะไหล่มาซ่อมเอง

อ้าวเห้ย มันพูดได้ไงงี้ อะไหล่ก็ของแท้ของมันเอง มันมีหน้าจะไม่รับซ่อมให้อีก เหอๆ

ผมเลยขอสายช่างประจำศูนย์ คุยกันซิว่าทำไมไม่รับซ่อมให้ลูกค้า  ย๊าก ย็าก ๆ ๆ

คุยไปคุยมาเลยได้ความว่า สาวที่รับสายตอนแรกไม่เข้าใจ นึกว่าเราเอาอะไหล่จากเชียงกงมาให้ศูนย์ใส่ให้

ทางศูนย์จะไม่รับทำกรณีอะไหล่ที่นำมาไม่ใช่อะไหล่แท้ เออคุยแบบนี้ค่อยฟังเข้าหูหน่อยครับ  อืมห์

แต่วันนั้นแนวไม่อยากรับเพราะวันนั้นช่างไม่มีแล้ว แล้วก็บอกให้มาวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า ผมเลยไม่อยากรอแล้ว ลีลาท่าแยะจริง แต่ล่ะเจ้า

เออ ศูนย์นี่ มันแปลกนะครับ มันไม่ค่อยอยากจะซ่อมให้กรณีที่รถมีอะไรอย่างอื่นที่ผิดปกตินอกจากการเช็คทุก 1หมื่นกิโลเมตร

ผมกลับมาบ้านเลยหวดมันซะเองเลย อาศัยได้ความรู้จากในอินเตอร์เน็ตครับ ลองเปลี่ยนคอยล์มันซะเองเลย เหอๆ

เริ่มจาก แงะ ครับ จะแงะถึงตัวคอยล์ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถครับ เพราะห้องเครื่องของแจสเรามันเล็ก

การที่จะทำอะไรกับเครื่องมันต้องแงะหลายอย่างครับ ลำบากหน่อย 55

เริ่มจาก

1.ถอดใบปัดน้ำฝนออกก่อน โดยดึงจุดยางออก จะเจอน็อตเบอร์ 14 ใช้บล็อกขันออกเลยครับ

2.จากนั้นทำการถอดแผงจิ้งหรีดออก ตัวนี้จะมีแค่พุกยึดครับ ไม่ยากๆ

3.ถอดระบบยึดกลไกการปัดน้ำฝนออก โดยจะมีน๊อตยึด 4 ตัว เบอร์ 10 แต่ปลดออกแค่ 3 ตัวพอครับ

4.ถอดแผ่นโลหะสำหรับรองน้ำฝนออก จะมีน็อตเบอร์ 10 ยึดอยู่ 6 ตัวครับ ตรงกระจกบานหน้าด้วย เห็นจะๆเลย ครับ



5. เมื่อเรายกแผงโลหะสำหรับรองน้ำฝนออกแล้วจะพบเห็นตัวคอยล์ 4 ตัวอยู่ด้านหลังของเครื่องครับ ส่วนลำดับของหมายเลขคอยล์ตามรูปเลยครับ



6.พอถอดมาแล้วตัวมันจะเป็นแบบนี้ครับ ตัวโตๆมีก้านยาวๆ



7.หลังจากถอดมาแล้วจะพบว่าข้างในมีรูใหญ่ๆ ข้างในรูนั้นคือหัวเทียนนั่นเอง


 ฮ่าๆๆๆ   จิบ จิบ อ่าห์
บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #2 เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 02:11 AM »

พอถอดเจ้าตัวคอยล์จุดระเบิดออกมาได้ปั๊บ เอามาดูๆหาข้อมูลในเน็ตต่อว่ามันเป็นอะไรถึงทำให้เค้าคอยล์ตัวที่ 3 มีปัญหา

ผมก็ได้ทำการมาร์คจุดไว้บนตัวคอยล์ครับ จะได้รู้ว่าคอยล์ที่ 3 ที่มีปัญหามันเกิดจากอะไร

กำลังจะมันส์ๆเลย ฝนดันตกซะงั้น เลยต้องรีบครอบฝากระโปรงก่อนครับ หลบฝน สุรปวันนั้นเลยยังทำอะไรไม่ได้ 555  ฮ่วย

คืนนั้นเลยจัดการแกะเจ้าตัวคอยล์ทั้ง 4 ตัว เอามาดูข้างใน พอว่าข้างในมันเป็นตัวต้านทานครับ ค่าปกติตอนใหม่ๆของมันอยู่ที่ 1.86K โอห์ม

แต่ผมลองวัดตัวที่ 3 ที่มีปัญหาดูปรากฏว่ามันซัดไป 150M โอห์ม โหว แม่เจ้า แต่คอยล์ 1 2 4 ปกติดีครับ วัดได้ค่าใกล้เคียงคืออยู๋ที่ 2.10K โอห์ม

แกะออกมาก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมคอยล์จุดระเบิดตัวที่ 3 ถึงมีปัญหา นั่นเป็นเพราะว่า ความชื้น เช่น น้ำ ละอองฝน มันซึมเข้าไปในตัวคอยล์ครับ

จึงทำให้หน้าสัมผัสเกิดสนิมทองแดงขึ้น ทำให้ไฟไม่จ่ายลงไปในหัวเทียน แต่กลับกระโดดออกมาลงที่ฝาครอบวาวล์แทน เหอๆ รถจึงมีอาการกระตุก

อืด เร่งไม่ไป เกียรไม่เปลี่ยน ลองดูภาพกันนะครับ เป็นภาพที่ผมได้ทำการแกะดูชิ้นส่วนภายในของคอยล์ออกมาทำความสะอาดครับ  หุย หุย

นี่คือคอยล์ที่ถูกแกะออกมา (เป็นคอยล์แบบปลดก้านคอยล์ได้ครับ ฮอนด้า JAZZ และ CITY ใช้รุ่นนี้ทั้งหมด)



นี่คือตัวต้านทานภายในคอยล์ตัวที่ 3 ครับ จะเห็นว่ามีสนิมทองแดงเกาะหนามากเลย
ชิ้นส่วนของมันจะมีสปริง และตัวต้านทานตัวสีขาวต่ออนุกรมกันอยู่กับสปริง







เราก็จัดการเอาลงเครื่องล้างด้วยระบบอัลตราโซนิคกันไปเลยครับ แช่ด้วยน้ำยาเช็ดกระจกบ้านๆเรานี่เลยครับ เทให้ท่วมแล้วกดล้างเลย



พอผมกดเครื่องล้างปั๊บ ตกใจเลยครับ เพราะคราบสนิมทองแดงกระจายหลุดออกมาจะๆเลยครับ  โห โห

ผมคิดว่าถ้าล้างด้วยวิธีอื่นน่าจะยากซะหน่อยล่ะ (กรณีที่ไม่มีเครื่องล้างอัลตราโซนิคอาจจะใช้พวกทินเนอร์หรือแอลกอฮอลก็ได้นะครับ

แช่ลงไปแล้วเอาแปรงสีฟันขัดๆมัน (ต้องใส่ถุงมือยางด้วยนะครับ กรณีใช้ทินเนอร์ เพราะมันกัดมือครับ)  กลัว กลัว


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 ส.ค. 2015, 02:14 AM โดย uthainae_jazz » บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #3 เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 02:38 AM »

หลังจากที่ล้างเสร็จเรียบร้อยทั้ง 4 ตัว ผมก็ทำการปรับปรุงจุดอ่อนของคอยล์แบบปลดก้านได้ ก่อนที่จะประกอบกลับคืน

เพราะเท่าที่ดู ความชื้น หรือน้ำสามารถซึมเข้าไประหว่างรอยต่อของก้านคอยล์ได้ ผมจึงใช้กาวทาบริเวณรอยต่อก้านคอยล์

เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำ หรือความชื้นเข้าได้ง่ายๆ และได้ทำการหุ้มท่อหดเข้าไปเพิ่มเพื่อเพิ่มฉนวนให้กับก้านคอยล์

โดยมันจะสามารถป้องกันไฟกระโดดออกไปที่ฝาครอบวาวล์ได้ครับ มาชมกันเลย อิอิ

รูปนี้คืือตัวต้านทานและสปริงหลังจากที่ผ่านการล้างแล้วจะเห็นว่าคราบสนิมทองแดงหลุดไปหมดแล้ว ใสปิ้งๆ






การทากาวนะครับ ทาบริเวณ 2 จุดนี้ กาวที่ผมใช้เป็นการสำหรับติดพวกไม้ โฟม และยางครับ
เวลาทาอย่าให้มันเยอะเกินไปนะครับ ทาพอให้มันกันน้ำซึมเข้ารอบต่อยก้านคอยล์ก็พอครับ
เดี๋ยวถ้าทาแยะไปจะทำให้ใส่ลงในเบ้าคอยล์ไม่ได้ครับ มันจะติดเพราะร่องมันจะเบียดกับกาวที่ทาเยอะเกินไป



ส่วนท่อหดก็หุ้มประมาณนี้ก็พอครับ


จากนั้นซื้อท่อหดมา ท่อหดแนะนำซื้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 ม.ม นะครับ จะพอดีเลย



เป่าให้ความร้อนด้วยไดร์เป่าผม อิอิ เพื่อให้ท่อหดมันหดตัวไปรัดครอบตัวก้านคอยล์ครับ


เสร็จแล้วจะได้แนวนี่้นะครับ



เหนื่อยเลย 555  เหนื่อยจัง
บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #4 เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 02:52 AM »

เอาล่ะ ทำมาซะเหนื่อย  เหนื่อยจัง

ผมก็พอจะสรุปได้ว่า เหตุที่คอยลืที่ 3 มันมีปัญหาเพราะว่าสนิมทองแดงมันเข้าไปจับที่ตัวต้านทานและสปริงภาย

ในตัวของก้านคอยล์นั่นเอง ซึ่งจากการแกะดูทั้ง 4 ก้าน พบว่าก้านที่ 3 มีสนิมทองแดงแยะมากที่สุดทำให้เกิดค่าความต้านทานไฟฟ้ามากขึ้น

ไฟไหลไม่สะดวก หรือไหลผ่านไม่ได้เลย จึงน่าจะเป็นสาเหตุทำให้ไฟที่จ่ายให้ไม่ยอมลงไปที่หัวเทียนตัวที่ 3

แต่ดันกระโดดไปลงที่ฝาครอบวาวล์แทน จึงทำให้เครื่องกระตุก สั่น และรอบตก เร่งไม่ออก จากนั้นตัว ECU ของรถก็จึงตรวจพบข้อผิดพลาด

และทำการแจ้งเตือนในรูปแบบของไฟรูปเครื่องยนต์ (ไฟ Engine ) ขึ้นมาโชว์บริเวณหน้าปัทม์ให้เราเห็นว่าเครื่องยนตืทำงานผิดปกตินั่นเอง

เอาล่ะ เมื่อมาถึงนี่แล้ว ก็เป็นอันใกล้เสร็จ เราก้เอาเจ้าตัวคอยล์ทั้ง 4 ตัว ที่ทำการแก้ไขจุดบกพร่องแล้วมาใส่เข้าที่เดิมครับ

แต่อะไหล่ตัวใหม่ที่ผมสั่งซื้อมานั้นยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนลงไปใหม่

เหตุผลเพราะว่าค่าความต้านทานของคอยล์ตัวเก่าและตัวใหม่ไม่เท่ากัน ผมจึงคิดว่าจะเก็บของใหม่ไว้

รอซื้อเพิ่มอีก 3 ตัวแล้วเปลี่ยนพร้อมกันไปเลย น่าจะดีกว่าครับ

ความต้านทานของใหม่อยู่ที่ 1.86K โอห์ม ส่วนของเก่าอยู่ที่ 2.10K โอห์ม มันค่อนข้างต่างกันอยู่เล็กน้อยครับ

แต่ในรอบหน้าจะเปลี่ยนยกแผงเลยครับ 4 ตัวไปเลย

ตอนนี้ก็หยอดกระปุกไปก่อนครับ รอค่อยๆทยอยสั่งซื้อทีละตัวให้ครบ 4 ตัวครับ อิอิ ซื้อทีเดียวไม่ไหว

ราคาแรงมาก 2596 บาท อวกๆๆ 4 ตัว หมื่น เหอๆๆๆๆ  จน โอ๊ก

อันนี้คือตัวใหม่ครับ จับมาโมดีฟายเพิ่มซะเลย 555







สังเกตว่าของใหม่ ใสปิ้งๆ เหมือนกับของเก่าที่เราล้างไปเลย 555  ฮ่าๆๆๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 ส.ค. 2015, 03:19 AM โดย uthainae_jazz » บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #5 เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 03:06 AM »

 ว๊าว ว๊าว หลังจากที่ทำการหุ้มท่อหดเรียบร้อยแล้วก็จัดการนำคอยล์จุดระเบิดทั้ง 4 ก้านประกอบเข้ากับเครื่องที่ตำแหน่งเดิมที่ได้ทำการมาร์คไว้

ขั้นตอนการใส่คืนไม่ยากครับ ถ้าถอดมาแล้วก็ใส่กลับเหมือนเดิม ค่อยๆทำอย่างช้าๆนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน  เหนื่อยจัง

มาถึงเราก็จัดเลย เอาคอยล์ใส่กลับที่เดิม แนวกดๆหมุนๆนิดๆ เพื่อให้มันเสียบเข้าไปที่หัวเทียนแน่นๆหน่อยครับ

พร้อมเสียบปลั๊กให้มันเหมือนเดิม จากนั้นให้ประแจบล็อกขันน๊อตเบอร์ 10 ยึดทีละตัว ไล่ไปจนครบทั้ง 4 ตัว



จริงๆถ้ามีประแจทอร์กด้วยจะดีมาก แต่ผมไม่มี 555 เลยขันแค่พอตึงๆมือครับ ไม่ได้อัดแน่นจนเกินไป 

พอใส่เสร็จก็ลองติดเครื่องดูเลยครับ ว่ามันเวิคไหม 55

ผลปรากฏว่า ติดเครื่องแล้ว แจ่มเลยครับ เสียงเครื่องผิดไปจากเดิมเลย เครื่องเดินนิ่งไม่สะดุด ไม่มีอาการหอบ

ไฟรูปเครื่องยนต์ก็ไม่ขึ้น โอ้วมันหายไปแล้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากๆ  ว๊าว ว๊าว ในที่สุด



ต่อจากนั้นเราก็ดับเครื่องยนต์แล้วก็เอาแผงกันน้ำฝน (แผงโลหะหนักๆ) เอามาใส่คืนที่ตำแหน่งเดิม มันจะใช้น๊อตเบอร์ 10 ยึดทั้งหมด 5 จุดครับ

ต้องเช็คให้ครบ อย่าให้น็อตเหลือนะครับ 555 (ถอดมาเท่าไหร่ต้องใส่ให้ครบอย่าให้น็อตเหลือ อิอิ)



พอใส่ตัวแผ่นกันน้ำฝนเสร็จ จากนั้นทำการใส่น็อตยึดมอเตอร์ปัดน้ำฝน และกลไกในการปัดน้ำฝน

มันจะใช้น็อตเบอร์ 10 ยึด 3 ตัว จริงๆมันยึด 4 ตัว แต่ผมถอดมาแค่ 3

ต่อไปก็ทำการใส่ตัวแผงครอบพลาสติก เค้าเรียกว่าแผงจิ้งหรีดมั้งครับ อีกชื่อนึง  โอ๊ะ อ้าว

ใส่ลงไป เจ้าตัวนี้จะยึดด้วยพุกครับ มีพุดยึดใส่ตามตำแหน่งเดิมได้เลย



และสุดท้ายคือ ใส่ใบปัดน้ำฝนที่เราได้ถอดมาตั้งแต่แรกๆ ใส่ง่ายๆครับใช้บล็อกเบอร์ 14 ใส่ขันเข้าไปตึงๆมือก็พอครับ

ไม่ต้องแน่นมาก เอาแค่พออยู่ 555 เพียงเท่านี้ก็จบปิ้ง กับการจัดการเรื่องการนำคอยล์มาล้างทำความสะอาดครับ







ไม่ยากมาก และไม่ต้องใช้เครื่องมือแยะเท่าไหร่ พอทำเองได้แน่นอนครับ

ไม่ต้องเสียค่าแรง ไม่ต้องเสียอารมณ์กับศูนย์บริการห่วยๆ แต่แค่เหนื่อยหน่อย แต่คุ้มค่าครับ

พอเอามาทดลองวิ่งดู เครื่องมีกำลังดีครับ ไม่มีอาการหอบ สะดุดแล้ว เร่งสะใจปู๊ดป๊าดดีจริงๆครับ  ในที่สุด ลั้น ลัน ลา

เดี๋ยวจะรอดูกันยาวๆครับว่าจะใช้ได้อีกนานแค่ไหน 555 สำหรับคอยล์ชุดนี้  จิบ จิบ อ่าห์

สรุปคือ ตอนนี้อาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่กล่าวมาตอนนี้หายขาดเลยครับ ไม่มีอาการเดิมอีกเลย  เยี่ยม

ดังนั้น ขอจบการ DIY เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณที่เข้ามารับชมนะครับ อิอิ ดีคร๊าบ  บ๊ายบาย
บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #6 เมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 09:44 PM »

อ่อ ลืมบอกไปครับ

เจ้าไฟรูปเครื่องยนต์เนี่ย มีโอกาสที่จะแสดงขึ้นมา มีหลายกรณีครับ

แต่หลักๆมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ เช่น

1.) คอยล์จุดระเบิดสกปรก(อย่างที่ผมเจอ) หรือคอยล์จุดระเบิดเสีย   โอ๊ะ อ้าว

2.) ระบบเซ็นเซอร์ทำงานผิดปกติ เช่น O2 sensor เป็นต้น เพราะน้องแจสของเราจะมี O2 sensor อยู่ 2 ตัว คือฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย
  
     ถ้าตัวใดตัวนึงเกิดพังขึ้นมา หรือเดี้ยงทั้ง 2 ตัว รถจะมีอาการเดียวกันครับ คือวิ่งไม่ออก เร่งไม่ไป ไม่มีแรง ไฟรูปเครื่องโชว์เช่นกัน  ซุบซิบ

3.) อาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆ ที่ผมยังไม่เจอ อิอิ อันนี้ต้องรอผู้รู้ด้านเครื่องยนต์มาแถลงอีกทีนะครับ อิอิ อี่ อี่  ฮ่าๆๆๆ

ส่วนเรื่องคอยล์ผมไปอ่านเจอมา น่าสนใจครับ

http://ignitioncoilproblem.blogspot.com/2013/10/step-up-12-30000-40000-2-1-2-direct.html?m=1

เค้าว่ามางี้นะครับ อิิิิอิ ของผมเจอเคสในข้อ 2 ครับ

 อาการคอยล์เสียมีกี่แบบ?

 2 แบบ อย่างแรกคือ เสียแบบพังไปเลยไฟไม่ออก  โอ๊ะ อ้าว

อันนี้ลองง่ายๆ มีวิธีทดสอบหลายแบบ อย่างแรก ใช้วิธีปลดสายไฟที่เข้าตัวคอยล์

(วิธีนี้รถบางรุ่นหลังปลดสายไฟเข้าคอยล์ ไฟรูปเครื่องจะติดนะครับ ไม่แนะนำสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ)

ปลดแล้วตัวไหนกำลังเครื่องไม่ตกลงจากเดิมตัวนั้นพัง  สองใช้วิธียกคอยล์ขึ้น ยกสูงนิดนึงเพราะคอยล์บางรุ่นไฟแรงมาก

ระยะกระโดดกระแสไฟได้ 2-3 นิ้ว ยกสูบไหนแล้วกำลังไม่ตกจากเดิมสูบนั้นพัง   หรืออีกวิธียกคอยล์ขึ้นวางบนฝาวาวล์ต่อหัวเทียนลงกราวน์

ดูว่ามีประกายไฟที่เขี้ยวหัวเทียนหรือไม่ ถ้าไม่มีพังครับ  หลังจากทดสอบตามข้างต้นแล้วให้ลองสลับตำแหน่งคอยล์ดู

เช่น ยกสูบหนึ่งแล้วกำลังไม่ตกลงจากเดิมเราตั้งสมมุติฐานว่า คอยล์สูบนี้พัง  แต่เพื่อความชัวร์ลองย้ายจากสูบ 1 ไปสูบ 2

ดูว่าอาการตามมาที่สูบ 2 หรือไม่ ถ้าไม่ตามแสดงว่า สัญญาณจากกล่องมีปัญหา แต่ถ้าอาการตามมาที่สูบ 2 อันนี้ฟันธงได้เลยว่าคอยล์พัง  

อาการเสียแบบที่สอง คือ คอยล์เสื่อมสภาพ  โห โห

การเสื่อมสภาพมีได้ 2 อย่าง 1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในคอยล์เสื่อม 2.เนื้อพลาสติกที่ห่อหุ้มคอยล์เสื่อมสภาพ  

การเสื่อมสภาพทั้ง 2 นี้ หลักๆ มากจากความร้อนของรถยนต์ ภายในคอยล์จะมีขดลวดที่พันทับซ้อนกันเป็นจำนวนมาก

โดยขดลวดเหล่านี้จะถูกชุบด้วยฉนวนทางไฟฟ้าเพื่อป้องกันการช๊อตรอบ  แต่ถ้าฉนวนเหล่านี้ละลายและทำให้ขดลวดลัดวงจรถึงกัน

ผลที่ตามมาคือกระแสไฟที่ออกจากคอยล์จะลดลงจากเดิม อันนี้ต้องทดสอบจากระยะกระโดดของกระแสไฟถึงทราบได้

หรืออาจจะใช้วิธีตรวจสอบจากกระแสที่ไหลเข้าคอยล์ ในรถบางรุ่นกล่อง ECU สามารถตรวจสอบข้อผิดพบพลาดนี้ได้  

ส่วนการเสื่อมสภาพจากเนื้อพลาสติกที่ห่อหุ้มคอยล์เบื้องต้นให้สังเกตุด้วยตาเปล่าว่าคอยล์มีรอยแตกร้อยร้าวหรือไม่

แล้วลองเพิ่มความต้านทานของตัวคอยล์โดยใช้เทปพันสายหรือท่อหดหุ้มบริเวณส่วนก้านของคอยล์แล้วขับทดสอบดูถ้าอาการดีขึ้น

แสดงว่าคอยล์ตัวนั้นรั่วนั่นเอง

 ขอบคุณคร๊าบ บ๊ายบาย
บันทึกการเข้า
KritD
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 75030
กระทู้: 2


สมาชิกเมื่อ: ต.ค. 2015


« ตอบ #7 เมื่อ: 09 ต.ค. 2015, 10:32 PM »

เพิ่งรู้ว่าเป็นแบบปลดก้าน 5555+
ช่วยบอกวิธีปลดได้ไหมครับ ผมลองบิดๆดึงๆมันไม่ออกเลยนึกว่าปลดไม่ได้  ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ
บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #8 เมื่อ: 10 ต.ค. 2015, 08:53 AM »

เพิ่งรู้ว่าเป็นแบบปลดก้าน 5555+
ช่วยบอกวิธีปลดได้ไหมครับ ผมลองบิดๆดึงๆมันไม่ออกเลยนึกว่าปลดไม่ได้  ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ

เวลาถอดออก ก็ดึงก้านออกมาตรงๆเลยครับ ไม่ต้องบิดซ้า่ยหรือขวาเลยครับ

ดึงตรงๆออกแรงซักนิดครับ มันจะดังโบ๊ะ แล้วหลุดออกมาให้เราเองเลยครับ  ว๊าว ว๊าว
บันทึกการเข้า
KritD
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 75030
กระทู้: 2


สมาชิกเมื่อ: ต.ค. 2015


« ตอบ #9 เมื่อ: 11 ต.ค. 2015, 12:13 PM »

ดังโบ๊ะไม่เป็นไร ดังแป๊กนี่กลายเป็นอีโค้คาร์3สูบทันที อิอิ

ขแบคุณมากครับ เดี๋ยวถึงรอบตั้งวาล์วจะลองแกะออกมาดู 2แสนโลแล้ว  ดีคร๊าบ ดีคร๊าบ
บันทึกการเข้า
uthainae_jazz
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 3610
กระทู้: 693


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2009
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: BOY
รถ: Honda jazz (All New)
รุ่น: V AT(SRS)
สี: Cerulean Blue Metallic (BG-53M)
ชื่อเล่นรถ: น้องแจส


« ตอบ #10 เมื่อ: 11 ต.ค. 2015, 05:39 PM »

ดังโบ๊ะไม่เป็นไร ดังแป๊กนี่กลายเป็นอีโค้คาร์3สูบทันที อิอิ

ขแบคุณมากครับ เดี๋ยวถึงรอบตั้งวาล์วจะลองแกะออกมาดู 2แสนโลแล้ว  ดีคร๊าบ ดีคร๊าบ

555 ไม่เจ๊งง่ายๆหรอกครับ อิอิ ตอนแรกผมก็กลัวๆครับ พอลองออกแรงหน่อย มันโบ๊ะ ออกมาเลย ง่ายมากๆครับ

อย่าไปบิดซ้ายบิดขวานะครับ แค่ดึงตรงๆพอครับ รับรอง โบ๊ะ แน่ๆ 555  อี่ อี่
บันทึกการเข้า

NV Yangyont HJL Sponsor Vision HJL Sponsor TS Motor HJL Sponsor PTC Gas PTC Crystal Glass X Bar Leo Oil SK II Motor Sport HJL Sponsor
Car Cover 2 You TT Auto Xenon เกษตร-นวมินทร์ HJL Sponsor ว่าง Mr. Prakanpai TT Auto Xenon Rama9 and Ratchada HJL Sponsor ว่าง S.V.AUTO SHOP HJL Sponsor RPM Auto HJL Sponsor

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป:  

 

 

Google

Theme orange-lt created by panic. | Customized and installed under the name Blue Jazz Advance by Kob Ob Ob. Contact: admin@hondajazzlover.com


website monitoring service Spam Poison.Com