ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

688,843 กระทู้ ใน 30,721 หัวข้อ- โดย 30,725 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: thekonjaioon

24 ต.ค. 2014, 07:48 PM
Honda Jazz LoverHonda Jazz Lover Society / ชุมชนคนรักฮอนด้าแจ๊สห้องตกแต่ง / Beauty & Modify (ผู้ดูแล: Carrot, Mr.D, -TUM-, stickylight)รวมข้อมูลในการแต่งรถ New Jazz (ท่อไอเสีย-> P18 )

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 19
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รวมข้อมูลในการแต่งรถ New Jazz (ท่อไอเสีย-> P18 )  (อ่าน 261680 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 01 พ.ย. 2009, 12:44 AM »

ตอนกลางวันพาที่บ้านไปทานข้าว นั่งไป 5 คน ลงสะพานเร็วไปหน่อย ล้อติดบังโคลน (ตรงหัวน็อต) ดัง ฟืดด.ด....... ลงไปดู โดนไปถึงแก้มยางตรงกลางๆเลย น่ากลัวจริงๆ โดนบ่อยๆมีโอกาสแก้มฉีกหละซวยเลยครับ..... Jazz รุ่นนี้ทำไมหาล้อใส่ยากแบบนี้นะ Offset+48 โดนเข้าไปถึงแก้มยางเลย ถ้า Offset +40 คงติดอยู่ที่ขอบยางด้านบน ไม่ตัวถังก็ยางคงได้พังซักวัน




 บาดเจ็บ
บันทึกการเข้า

udong
เทิร์นโปรแล้วจ้า
***

ความดี ความชอบ : 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 5603
กระทู้: 221


สมาชิกเมื่อ: ก.ค. 2009
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Udong
รถ: Jazz 2009
รุ่น: SV AT(SRS)
สี: Taffeta White


« ตอบ #61 เมื่อ: 04 พ.ย. 2009, 09:52 AM »

ขอบคุนคร้าบ
บันทึกการเข้า

ิbosz
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 7791
กระทู้: 4


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2009


« ตอบ #62 เมื่อ: 06 พ.ย. 2009, 11:12 AM »

 เยี่ยม
ผมสมาชิกใหม่ ขอบใจอย่างแรง เข้ามาก็ได้ความรู้(คือประทีป)
บันทึกการเข้า
totue
เทิร์นโปรแล้วจ้า
***

ความดี ความชอบ : 14
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 6386
กระทู้: 177


สมาชิกเมื่อ: ส.ค. 2009
เพศ: ชาย
จาก: เลย
ชื่อเล่น: โต้ง
รถ: HONDA JAZZ 08
รุ่น: S/AT
สี: เงิน
ชื่อเล่นรถ: CATOON


« ตอบ #63 เมื่อ: 07 พ.ย. 2009, 09:47 AM »

พี่ตั้มครับปลายท่อเปลี่ยนมากี่ตังค์ครับ
บันทึกการเข้า

http://www.hondajazzlover.com/forum/index.php?topic=26125.0

รับจัดทำชุดยูนิฟอร์มเสื้อคลับงานสกรีนทุกชนิดโทร 087 22-33-727 โต้ง
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 12:54 PM »

ปลายซื้อจาก Rstyle 1500 ครับ เปลี่ยนที่.... จำชื่อร้านไม่ได้แฮะ ค่าเปลี่ยน 500 ครับ ดูในกระทู้พี่ก็ได้ครับ ประมาณหน้า 16-17 ครับ

http://www.hondajazzlover.com/forum/index.php?topic=4201.0


 เหนื่อยจัง
บันทึกการเข้า

-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #65 เมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 07:16 PM »

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจจะติดตั้ง GPS ติดตามรถหาย เดี๋ยวนี้มันมีของแบบนี้มาขายให้พวกโจรกะพวกแอบมีเมียน้อยด้วยนะครับ...เวรจริงๆครับ

http://market.mthai.com/product/201931

เครื่อง ANTI GPS TRACKING ป้องกัน GPS ติดตามรถ , ป้องกัน GPS ติดตามตัว , ป้องกัน GPS ติดตามรถยนต์ และ ตัด สัญาณโทรศัพท์มือถือ

ราคาตัวละ 2,500 บาท เจริญจริงๆครับ


http://www.mthai.com/external.php?url=http%3A%2F%2Fwww.thaispytool.com%2F

 อ๊าก
บันทึกการเข้า

-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #66 เมื่อ: 09 พ.ย. 2009, 08:31 PM »

ราคาน้อง Jazz ที่ญี่ปุ่นครับ เปลงเป็นไทยก็ 100 เยน = 36 บาท อย่างตัว RS Option ครบๆ ก็ 657,773 บาทครับ (เฮ้อ... เซ็งภาษีเมืองไทย)



 เหนื่อยจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 พ.ย. 2009, 08:37 PM โดย -TUM- » บันทึกการเข้า

idontwantsator
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 5513
กระทู้: 23


สมาชิกเมื่อ: มิ.ย. 2009
เพศ: ชาย
จาก: ชลบุรี
ชื่อเล่น: ZonG
รถ: Jazz
รุ่น: V AT (SRS)
สี: Taffeta
ชื่อเล่นรถ: Maruai

เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 09 พ.ย. 2009, 08:33 PM »

 เยี่ยม  ...เยี่ยมครับ รับไปเลย +1  ปิ๊ง ปิ๊ง
บันทึกการเข้า

รั ก จ ริ ง   . . . ต้ อ ง ห นี ต า ม
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 09 พ.ย. 2009, 10:03 PM »

มีค่ายแต่งทำ Option ใส่เกจ์วัดตรงนี้ด้วย อยากใส่บ้างจังงงงงง




 อ๊ายอายจัง
บันทึกการเข้า

nongmanu77
เทิร์นโปรแล้วจ้า
***

ความดี ความชอบ : 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 4985
กระทู้: 221


สมาชิกเมื่อ: พ.ค. 2009
เพศ: ชาย
จาก: HaadYai
ชื่อเล่น: Nong
รถ: Jazz
รุ่น: 2008
สี: Black
ชื่อเล่นรถ: N&J


« ตอบ #69 เมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 09:02 AM »

+ ให้กับสาระดีๆคับ
บันทึกการเข้า

-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #70 เมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 11:11 AM »

16. มารู้จักกับไฟหน้าของเรากัน

พูดถึงเรื่อง Xenon ปัญหาของ Xenon ที่คนไทยชอบใส่กันคือเอาสวย เอาเด่นกันอย่างเดียว โดยไม่ได้ศึกษาดูก่อนว่าโคมไฟติดรถแบบเดิมนั้นเหมาะสมหรือไม่ ใส่แล้วแยงตาคันอื่นๆหรือไม่ ตัวร้านค้าเองก็แข่งกันประโคมสรรพคุณให้คนเข้าไปใส่กันเป็นแฟชั่น จะอ้างว่าเพื่อความสว่าง สว่างมากๆจะได้ปลอดภัยก็ใช่ที่ เพราะไฟหน้าเดิมๆมันก็สว่างพอใช้งานอยู่แล้ว คนก็ใช้กันได้ทั้งโลก ลองก้มดูไฟหน้ารถญี่ปุ่นดูครับ มองเข้าไปก็เห็นหลอดไฟเลย ไม่มีตัวบังคับแสง การออกแบบโคมการกระจายแสงไม่เหมาะกับไฟแบบ Xenon ซึ่งมีสว่างและฟุ้งกระจายมากกว่าหลอดใส้แบบเดิม แต่ถ้าโคมไฟหน้าออกแบบมาให้กับหลอดแบบ Xenon เช่นโคมโปรเจคเตอร์ เห็นได้จากรถรุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบโคมมาโดยเฉพาะ จะใช้งานเหมาะสมกว่าและไม่แยงตาชาวบ้านครับ

มาเพิ่มความรู้เกี่ยวกับหลอดไฟหน้ากัน (อันนี้ขออนุญาตยืมบทความของคุณ LeoAop มาครับ)

1. หลอด xenon คือ หลอดที่ทำงานเหมือนไฟแฟลชถ่ายรูป แสงสว่างเกิดจากการอาร์คของไฟฟ้าข้ามขั้ว (ขั้วห่างกัน 5 mm) ผ่านแกสแรงดันสูง (2 bar) -> เทอร์โบอัดหนักๆ อัดกันที่แรงดัน 1.2-1.5 bar พวกแข่งขันชิงสาว ชิงถ้วยรางวัลจะอัดกันที่ 2.4-2.5 bar ก่อนเครื่องกระจาย

2. แกสในหลอด xenon เป็นแกสเฉื่อยชื่อ xenon (ถามเพื่อนๆที่เรียนเคมี จะรู้จักกันทุกคน) และมีแกสอื่นๆปนหลายอย่าง

3. ไฟที่ใช้จุดหลอด xenon ให้ทำงาน มีแรงดัน 12,000-18,000 volts! (แรงดัน สูงกว่าไฟที่อาร์คที่ขั้วหัวเทียนเสียอีก) เพราะแกสหรืออากาศปกติ ก็มีความต้านทานไฟฟ้าสูงมากๆ (เกือบอินฟินิตี้ .. ร้อยๆล้านโอห์มเลย) ยิ่งแกสในหลอด xenon ของเรา มีแรงดันสูง ยิ่งต้องใช้ไฟแรงสูงให้มันกระโดดข้ามได้ที่เรียกๆ กัน (ผิดๆ) ว่ากล่องรีเลย์ หรือ (เรียกถูกต้องว่า)กล่องบัลลาสท์ มีหน้าที่นี้แหละ ... แปลงแรงดันจากไฟแบต 12 volts ให้สูงถึงเกือบสองหมื่นโวลท์ แต่เมื่ออาร์คเกิดแล้ว กล่องจะต้องลดแรงดันเหลือ 100-200 volts เพราะลำอาร์ค มีความต้านทานต่ำ (100 โอห์ม) เมื่อลำอาร์คเสถียร ให้แสงสว่างเต็มที่ ความต้านทานจะลดลงอีก กล่องจะต้องลดแรงดันลงอีก ไม่อย่างนั้น ไหม้แน่นอน

การทำงานทุกอย่างที่ีว่ามา ต้องเสร็จภายใน 1-2 วินาที กล่องบัลลาสท์ดีๆ ถึงได้แพงระเบิด

คำเตือน คำเตือน คำเตือน

แรงดันไฟฟ้าในกล่องบัลลาสท์ เป็นไฟฟ้าแรงดันสูงมาก (20,000 volts) และมีพลังงานสูงมาก (200-300 joules) สามารถฆ่าคนถึงตายได้

4. เมื่อหลอดสว่างเต็มที่ แรงดันในหลอดจะสูงขึ้น 30-40 bar อุณหภูมิในหลอด จะสูงประมาณ 1200 องศาซี ความร้อนนี้ ลดลงไม่ได้ เพราะถ้าลดลง ลำอาร์คซึ่งเป็นพลาสมา จะดับทันที .. ถึงทำให้หลอด(ที่ใช้ในรถยนต์)มีขนาดใหญ่มากไม่ได้ หลอดแบบนี้ ถ้าเป็นหลอดใหญ่ๆ จะใช้เป็นไฟส่องสว่างถนน (ไฟแสงจันทร์ ไฟโซเดียม ฯลฯ)

หลอดถึงต้องมีซีลสองชั้น .. กันระเบิด หลอดธรรมดาๆ มีอุณหภูมิภายในแถวๆ 700 องศาซี และอุณหภูมิที่ผิวหลอดแก้ว ร้อยกว่าองศาเท่านั้น

4. ความสว่างของแสงที่ออก หน่วยวัดคือ L (ลูเมนส์ LUMENS) ไม่ใช่ K (Kelvin) K เป็นหน่วยวัดเปรียบเทียบ ว่าที่สว่างๆนั้น ให้สีเสมือนของที่กำลังร้อนที่กี่องศา K เสมือนร้อนกี่ K นะ ไม่ใช่ร้อนเท่านั้นๆ K จริง

5. ถ้าไปดู website ของ บ.ที่ผลิตหลอด xenon ระดับยักษ์ใหญ่ จะพบความจริงที่น่าตกใจ ที่เหมือนกันหมด ทุกบริษัทพูดเหมือนกันหมด คือ หลอดซีนอนในรถยนต์ ยิ่งมีองศาสีสูง (K ยิ่งสูง) ความสว่าง (L) ยิ่งน้อย

หลอด 10,000K สว่างไม่ถึง 1/2 ของหลอด 5,000K
xenon ของ BMW/MB (frost ice) มีค่าองศาสี แค่ 4300K เท่านั้น ... แต่ความสว่างแถวๆ 3,000-3,500L

หลอดโรงงานยี่ห้อดังๆ มีองศาสีสูงสุด 6000K พวก 10,000-12,000K ... บ.ยักษ์ใหญ่ ไม่กล้าเอาผลิตใต้ชื่อตัวเอง ... กลัวโดนฟ้อง เพราะความสว่างแค่ 1,600-1,800L เท่านั้น

6. หลอดไฟมีไส้ธรรมดาๆ จะมีความสว่าง 1,200-1,500L และให้อุณหภูมิสีอยู่ที่ 2,800-3,200K หลอด superbright จะสว่าง 1,500-1,800L และให้สีเสมือนมีอุณหภูมิ 3,300-3,500K หลอดไต้หวันราคาถูกๆ จะสว่าง 1,800-2,000L โดยการเพิ่มขนาดของไส้หลอด ความต้านทานไส้ลดลง กินกระแสไฟฟ้ามากขึ้นเป็น 100-110w แทนที่จะเป็น 50/55w เหมือนหลอดธรรมดาๆ ... ไฟรถมีแรงดัน 12v หมายถึงกระแสไฟฟ้าไหลเข้าหลอด 10A แทนที่จะเป็น 5A จะมีรีเลย์ (ไม่ใช่ดีเลย์) หรือไม่ก็ตามที กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามากขึ้น (10A) จะทำให้ขั้วหลอดที่ไม่ดี (มีความต้านทาน) ร้อนจัดจนขั้วละลายได้ ... พลังงานไฟฟ้า ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นแสงสว่างทั้งหมด แต่กลายเป็นพลังงานความร้อน(สูญเปล่า) ความร้อนที่มากขึ้น เกินปกตินี้ จะทำให้ปรอทที่ฉาบไว้บนโคม ไหม้ หรือระเหย (หมอง) ความร้อนไส้หลอดที่มากเกิน จะทำให้ไส้ขาดเร็ว

7. หลอด xenon เก๊ (zenon, xenan ฯลฯ) เป็นหลอดมีไส้ธรรมดาๆ แต่ใช้สีเคลือบหลอด เพื่อให้แสงไฟที่ออก มีสีเสมือนกับว่า เป็นหลอด xenon แท้
สีที่เคลือบ จะทำให้ความสว่างลดลง หลอด plasma blue ของ PIAA ราคาแพง เพราะผลิตโดยทำให้ตัวแก้วของหลอด มีสีน้ำเงินจางๆ (ผสม cobalt เข้าไปในเนื้อแก้ว) ความสว่างจึงลดลงน้อย ไม่เกิน 20%

หลอดไต้หวัน หลอดจีนแดง หลอดโนเนม .. ใช้สีเคลือบราคาถูกๆ การที่ความสว่างจะลดลง 40-50% จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ดูเผินๆ เหมือนหลอดสว่างขึ้น เพราะเวลากลางคืน ตาคนเราไวต่อแสงสีน้ำเงินน้อย พอเห็นแสงสีน้ำเงินจ้าๆ จึงหลอกตัวเองว่า เห็นแสงสว่างมากๆ ถ้าไม่หลอกตัวเอง จะพบว่า ตอนกลางคืน ตาของคนเร็ว ไวต่อแสงสีแดง มากกว่าสีน้ำเงิน เป็นร้อยๆเท่า นอกจากจะไวกว่าแล้ว ยังพร่ามัวเพราะแสงสีแดง น้อยกว่าแสงสีน้ำเงิน เป็นร้อยๆเท่าเช่นกัน

การใช้ของเก๊ ที่ให้แสงสว่างน้อยลง ให้แสงสว่างที่เห็นไม่ค่อยชัด ให้แสงสว่างที่ทำให้ตาพร่ามัวง่าย โดยคิดว่า มันสว่างกว่า ชัดเจนกว่า
อันตรายไหมหละ?

8. หลอดไฟมีไส้ ทำงานโดยการเผาไส้หลอด (ด้วยกระแสไฟฟ้า) ให้ร้อนแดง ... ไส้หลอดจะระเหยออกไปบ้างเล็กน้อย ระเหยไปเคลือบที่ผิวหลอดด้านใน ใช้ไปนานๆ ไส้หลอดบางลง หลอดขาดหรือ ไส้หลอดยังไม่ทันบาง ไอโลหะเคลือบผิวหลอด จนแสงส่องผ่านน้อยลง (เหมือนฟิล์มปรอท)หลอดจึงบรรจุธาตุพวก halogen และแกสเฉื่อย ไว้เล็กน้อย เพื่อให้เกิด Halide cycle (กรุณาหาอ่านจาก google) ซึ่งทำให้กระบวนการที่ว่ามาข้างบน ไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าไส้หลอดร้อนจัดเกินไป กระบวนการ halide cycle ทำงานไม่ทัน ... ไส้หลอดขาดพั้วะ!

หลอด 100/110w ... สว่างจริง ขาดเร็วจริง

เวลาเราเปลี่ยนหลอดไฟหน้า เราเปลี่ยนสองข้าง (ก็อยากแต่งซิ่งนี่นา หรือใครเปลี่ยนข้างนึง 50w อีกข้าง 100w?) เวลาขาด .. มันจะขาดไล่เลี่ยกันมาก เพราะอะไร?

ถ้าใส่ relay แยก หลอดใครหลอดมัน ก็แล้วไป แต่ถ้าไม่ใส่ .. จะมีแรงดันตกคร่อมสูญหาย ในระบบสายไฟส่องสว่าง V = IR
ตอนที่หลอด 2 หลอดทำงาน V ตกคร่อม = (I1 + I2) * R  เนื่องจาก I1 = I2 ฉนั้นแรงดันตกคร่อมสูญหาย = 2*I*R แรงดันไปถึงขั้วหลอดคือ E - 2*I*R แต่เมื่อหลอดหนึ่งขาด ไฟตกคร่อมจะเหลือ I*R แรงดันไปถึงขั้วหลอดคือ E - I*R หลอดที่ปริ่มๆจะขาด โดนแรงดันเพิ่ม ถึงจะอีกนิดก็เหอะ ... ขาดไหมหละ?

ถ้าใครเคยหลอดไฟหน้าขาดคู่พร้อมกัน ตอนขับที่ 90 กม/ชม. ... คุณจะขนหัวลุกยิ่งกว่าโดนผีหลอก ถ้าไม่กลายเป็นผีไปเสียก่อน ...

 บาดเจ็บ


สำหรับเพื่อนๆที่อยากเปลี่ยนหลอดไฟหน้าให้ Watt สูงขึ้น (เพราะไม่อยากใส่ Xenon ให้รำคานลูกตาชาวบ้าน) หลายๆท่านคงพบว่าหลอดพวกวัตต์สูงๆมักจะขาดบ่อย หนึ่งในสาเหตุหลักก็คือ ตัวขั้วไฟ (Harness) ของเดิมติดรถมันออกมาแบบมาให้ทนความร้อนได้แค่หลอด 60W แบบเดิมๆครับ พอเอาหลอดวัตต์สูงๆมาใส่ ความร้อนสูงขึ้น ขั้วที่เสียบกับขั้วหลอดมันก็ละลาย และหลอดก็ขาดครับ

ผมไปเจอชุด Endurance Harness ของ IPF มา (ขั้ว H4) ทำมาเพื่อใช้กับพวกหลอดวัตต์สูงๆเลยครับ แต่ราคาก็รุนแรงตามของ import แหละครับ ชุดนึงก็ประมาณ 1,000 บาท (แค่สายไฟกับขั่ว -> ราคา 3,129 Yen ที่ญี่ปุ่น หรือ $48.99) ของไทยเห็นแว๊บๆเหมือนกันครับ ราคาน่าจะประมาณครึ่งเดียว



IPF Endurance Harness

To get the ultimate 100% performane from your upgraded high wattage halogen bulbs, you need high-performance, heavy-conductive special Endurance Harness by IPF. Also included is a nano-lubricant that minimizes damage resulting from repetitive plugging & unplugging, as a result the longevity of whole circuit is prolonged. It protects your stock connectors from being melted or damaged. Visual improvements are also noticed with low wattage applciations where the original vehicle wiring in inadequate. Also available are special wire harness for auxiliary lights (eg: fogs) & headlight use.




พวกหลอด Watt สูงๆ ยีห้อดังๆ ราคาไม่ใช่เล่นๆเลยนะครับ ใส่ Xenon ได้สบาย ที่เห็นมามีราคาตั้งแต่ 400 ยัน 4,000 กว่าบาท แต่ก็เป็นอีก 1 ทางเลือก เพื่อไม่ต้องใส่ Xenon ไปแยงตาชาวบ้าน สังคมจะได้น่าอยู่ขึ้นครับ

IPF ตัวนี้ราคาที่ Autobag น่าจะ 3,250 บาท Up ไฟจาก 60W/80W เดิมๆไปเป็น 145W/185W สูงขึ้นเยอะเลยครับ



ส่วนของ Blitz นี่ราคา 4,250 บาทครับ ไปเห็นที่ R-Style เหมือนกันแป๊ะป้ายไว้ 1,900 บาท น่าจะของเก๊ จะซื้อระวังด้วยนะครับ เพราะราคาที่ญี่ปุ่นเองก็ยังประมาณ 4,000 บาทเลยครับ



หลอดของ Blitz เองก็บอกให้ต้องใส่ Harness (HALOGEN PROTECT HARNESS) ตัว upgrade เลยครับ ตัวนี้อัพจาก 12V 60/55W เป็น 135/160W





ในที่สุด

ในแง่กฏหมาย (ขอบคุณน้องเกมส์นะคร้าบ)

พักนี้มีคนสอบถามและร้องเรียนกันมาเยอะเกี่ยวกับไฟหน้ารถยนต์ ทั้งที่เป็นไฟใหญ่ ไฟสีฟ้าจ้า ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับยวดยานอื่นในท้องถนน วันนี้ สนทนาจราจร มีคำเตือนจากตำรวจจราจรมาแจ้งให้ทราบครับ

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาล ด้านจราจร แจ้งมาว่า ปัจจุบันผู้ขับขี่รถยนต์ยังมีความสับสนหรือยังไม่ทราบเกี่ยวกับการใช้ไฟหรือสัญญาณของรถ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และที่สำคัญอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

รองภาณุบอกมาว่า สำหรับการใช้ไฟ หรือสัญญาณของรถนั้น ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ข้อ 2 ระบุว่า โคมไฟหน้ารถมี 3 ประเภท คือ

1. โคมไฟแสงพุ่งไกล ให้ใช้ไฟแสงขาว กำลังไฟไม่เกิน 50 วัตต์ เห็นได้ชัดเจนไม่น้อยกว่า 100 เมตร

2. โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ให้ใช้ไฟแสงขาว กำลังไฟไม่เกิน 50 วัตต์ เห็นได้ชัดเจนไม่น้อยกว่า 30 เมตร

3. โคมไฟเล็ก ให้ใช้ไฟแสงขาว หรือแสงเหลือง กำลังไฟไม่เกิน 10 วัตต์ เห็นได้ ชัดเจนไม่น้อยกว่า 150 เมตร

หากรถคันใดจะมีโคมไฟหน้ารถ เพื่อตัดหมอกก็ได้ โดยใช้ไฟแสงขาว หรือแสงเหลืองกำลังไฟไม่เกิน 55 วัตต์

นอกจากนี้ กฎกระทรวง ข้อ 13 (3 ทวิ) ระบุว่า “ในกรณีที่รถมีโคมไฟเพื่อใช้ตัดหมอก จะเปิดไฟหรือแสงสว่างได้เฉพาะในทางที่จะขับรถผ่านมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจนเป็นอุปสรรคอันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถและเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้า หรือสวนมาในระยะของแสงไฟ”

สำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ มีความผิดฐานขับรถในทางในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยไม่เปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง, ตามมาตรา 11 ความผิดฐานนำรถที่มีหรือใช้โคมไฟผิดประเภท และลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวงมาใช้ในทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ จากเจ้าพนักงานจราจร (มาตรา 11, กฎกระทรวง ฉบับที่ 2)

รองภาณุยังบอกอีกว่า ในเวลาที่แสงสว่างไม่เพียงพอ นอกจากจะหมายถึงในเวลากลางคืนแล้ว ยังหมายความรวมถึงในเวลาพลบค่ำ หมอกลงจัด หรือเวลาฝนตก ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้ไม่ชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟ นอกจากนี้ ในเวลาปกติการใช้โคมไฟกับรถแต่ละประเภท ก็ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

อัตราโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

อ้าว...หยั่งงี้ก็หมายความว่า รถที่ติดไฟหน้าสีฟ้าจ้าสุดๆ จนคนอื่นแสบตาไปทั่ว เป็นรถที่ทำผิดกฎหมายสิครับ...รถใครเป็นแบบนี้ รีบไปแก้ไขซะ ไม่งั้นจะหาว่าตำรวจไม่เตือน.


ที่มา : http://www.roadsafetythai.org/index.php?module=news&page2=detail&id=760


 ขอบคุณคร๊าบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 พ.ย. 2009, 11:14 AM โดย -TUM- » บันทึกการเข้า

Birthday
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 7978
กระทู้: 42


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2009
จาก: B K K
รถ: J a z z
รุ่น: V  AT (SRS)
สี: ขาวอมเหลือง


« ตอบ #71 เมื่อ: 16 พ.ย. 2009, 01:37 PM »

+ ให้ครับ ความรู้ทั้งนั้น

เซ็งพวก xenon แยงตาเหมือนกันครับ "เห็นแก่ตัว"  อ๊าก ทำไมไม่ติดสปอร์ตไลท์เหมือนในสนามบอลไปเลยล่ะ

(คนที่ติดโคมโปรเจคฯ ไม่ว่ากันนะครับ)  อี่ อี่
บันทึกการเข้า
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #72 เมื่อ: 18 พ.ย. 2009, 11:29 PM »

17. เพิ่มเติมความรู้เรื่องไมล์อ่อนไมล์แข็งกันครับ (เกี่ยวข้องกับขนาดของล้อและยางนะครับ)

ไมล์ เป็นหน่วยระยะทาง แต่คนไทยนำมาเรียกแทนมาตรบอกความ เร็วทั้งที่ไทยใช้หน่วยกิโลเมตรแต่ก็เป็นที่เข้าใจกันดีว่าไมล์ของรถยนต์คืออะไร

ไมล์อ่อน ไมล์แก่ ไมล์แข็ง ไมล์เพี้ยน ทำไมถึงเพี้ยน เพี้ยนยังไง ?

        ไมล์ = มาตรบอกความเร็ว
      
        รถยนต์ทุกคันมีมาตรบอกความเร็ว ในโลกนี้มี 2หน่วยระยะทางที่ใช้กันอยู่ คือ กิโลเมตรหรือไมล์ต่อชั่วโมงแตกต่างกันตามแต่ละประเทศที่รถยนต์รุ่นนั้นทำตลาดรถยนต์บางรุ่นเท่านั้นที่มีระบุไว้ 2 หน่วยความเร็วบนมาตรบอกความเร็วแต่ก็มักจะมีหน่วยหนึ่งที่เด่นกว่าอีกหน่วยหนึ่ง
              
        ระยะทาง 1 ไมล์ = 1.609 กิโลเมตร
        
        ไทยใช้หน่วยกิโลเมตรเป็นมาตรฐานราชการ เส้นทาง และรถยนต์หน่วยความเร็วที่ใช้คือ กิโลเมตรต่อชั่วโมง หมายถึง ถ้าใช้ความเร็วคงที่ 1ชั่วโมง รถยนต์จะเคลื่อนที่ไปได้กี่กิโลเมตร
        
        รถยนต์ส่วนใหญ่เป็นมาตรที่แสดงผลแบบอะนาล็อกเข็มกวาดขึ้นลงแสดงผลหยาบ แต่มองเห็นได้ชัดเจน(ส่วนจะทำงานด้วยสายสลิงหรือเซ็นเซอร์กับสายไฟเป็นเรื่องของรายละเอียด)และมีรถยนต์น้อยรุ่นที่แสดงผลแบบดิจิตอล เป็นตัวเลขหรือแถบแสง ซึ่งในช่วง10 ปีก่อนมีรถยนต์บางรุ่นนำมาใช้ แต่ไม่ได้รับความนิยมเพราะแสดงผลแล้วอ่านยากหรือเสียง่าย ในช่วงหลังปี2000มานี่เองที่รถยนต์ใหม่ๆ บางรุ่นกลับมาใช้มาตรแสดงความเร็วแบบดิจิตอลแต่เป็นการแสดงผลที่ชัดเจนขึ้น มองแล้วเข้าใจง่ายกว่ามาตรดิจิตอลยุคก่อน
        
        ไมล์ เป็นหน่วยการวัดที่คนไทยไม่เคยคุ้นเคยเลยลองถามคนทั่วไปดูได้ รับรองว่ายากที่จะทราบว่า 1ไมล์เท่ากับกี่กิโลเมตรกี่เมตร เพียงแต่เมื่อหลายสิบปีที่แล้วมีรถยนต์อเมริกันหรือยุโรปเข้ามาทำตลาดและมาตรบอกความเร็วมีหน่วยเป็นไมล์ต่อชั่วโมงก็เลยเรียกติดปากและเป็นที่เข้าใจมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อไรบอกว่าไมล์รถยนต์ก็เข้าใจกันว่าหมายถึงมาตรบอกความเร็วที่มีหน่วยเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ใช่คุยถึงระยะทาง
      
       ไมล์เพี้ยน
      
        หมายถึง มาตรบอกความเร็วแสดงผลไม่ตรงกับความเร็วที่รถยนต์แล่นจริงไม่ว่าจะบอกมากหรือน้อยกว่าความเร็วจริง ก็คือไมล์เพี้ยนส่วนจะเพี้ยนมากหรือน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

               ไมล์อ่อน หมายถึง มาตรบอกความเร็วแสดงผลมากกว่าความ เร็วจริง อ่อนคือขึ้นง่ายนั่นเอง
               ไมล์แข็ง หมายถึง มาตรบอกความเร็วแสดงผลน้อยกว่าความเร็วจริง แข็งคือขึ้นยากนั่นเอง
        
        รถยนต์ทุกคันไมล์เพี้ยน !!!
        
       แม้แต่เดิมๆ จากโรงงานประกอบ ก็มีไมล์เพี้ยน ทั้งโดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของผู้ผลิต บางผู้ผลิตตั้งใจให้ไมล์เพี้ยนแบบไมล์อ่อน มาตรบอกความเร็วแสดงผลมากกว่าความเร็วจริงเล็กน้อย อยู่ในช่วง 1-10 เปอร์เซ็นต์โดยจะไม่ให้เพี้ยนไปใกล้ 10 เปอร์เซ็นต์มากนักเพราะอาจจะถูกหน่วยงานคุ้มครอง ผู้บริโภคเล่นงานได้จะให้เพี้ยนแบบที่อ้างได้ว่า อยู่ในช่วงที่ทุกฝ่ายยอม รับได้อ้างว่ายากที่จะทำให้ไมล์ตรงเป๊ะๆ

        ความตั้งใจทำให้ไมล์อ่อนเกิดขึ้น เพราะจะมีผลต่อการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ขับรถยนต์คันนั้นแล้วจะรู้สึกว่ามีสมรรถนะดีอัตราเร่งดี เพราะสายตามองไปที่มาตรบอกความเร็วแล้วขึ้นเร็ว ทำ อัตราเร่ง0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ทันใจ เพราะความเร็วจริงอาจจะแค่ 0-95กิโลเมตรต่อชั่วโมงอัตราความสิ้นเปลืองที่คำนวณจากมาตรบอกระยะทางจะดูประหยัดเพราะมาตรบอกความเร็วและมาตรบอกระยะทางมักจะทำงานสัมพันธ์กันถ้าไมล์อ่อนแล้วมาตรวัดระยะทางก็จะอ่อน ขึ้นเร็วด้วยเช่นกัน เช่นระยะทางบนหน้าปัดขึ้น 50 กิโลเมตร แต่ระยะทางบนถนนจริงไปแค่ 48 กิโลเมตรเมื่อนำตัวเลข 50 ตั้งแล้วหารด้วยจำนวนลิตรของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ไปก็จะได้ผลออกมาเป็นกิโลเมตรต่อลิตร ที่ประหยัดกว่าความเป็นจริง

       ไมล์อ่อนมีผลต่อการหลอกว่าสมรรถนะรถยนต์คันนั้นดีและประหยัดน้ำมัน

        รถยนต์ญี่ปุ่นหลายรุ่นหลายยี่ห้อมักจะพบว่าเป็นไมล์อ่อนมาจากโรงงานเลย โดยเฉพาะรุ่นเล็กๆ ของบางยี่ห้ออ่อนมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นความเจ้าเล่ห์ทางการตลาดที่ทำกันมานานแต่ไม่เป็นเรื่องขึ้นมา เพราะผู้ผลิตอ้างได้ว่า ไม่ได้ตั้งใจหลอกและเพี้ยนอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ส่วนรถยนต์ยุโรปมักพบว่ามีความเพี้ยนน้อยกว่าและมีรถยนต์น้อยรุ่นมากที่ไมล์แข็งมาจากโรงงาน
      
       จะทราบได้อย่างไร ?
      
        ขับรถออกทางหลวงข้ามจังหวัดที่มีเส้นทางเรียบ ค่อนข้างตรงการจราจรไม่คับคั่ง มีเสาหลักบอกกิโลเมตรอยู่ริมทาง ห่างกันทุก 1กิโลเมตรสสใช้ความเร็วคงที่ โดยริมทางดูบนมาตรบอกความเร็ว ความเร็วนิ่งที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องใช้เวลาในการผ่านเสาหลักทุก 1 กิโลเมตรต่อ 30 วินาทีสสหรือความเร็วนิ่งที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต้องใช้เวลาในการผ่านเสาหลักทุก 1 กิโลเมตรต่อ 60 วินาที

        ถ้าใช้เวลามากกว่านั้น แสดงว่าไมล์อ่อนหรือในทางกลับกันถ้าใช้เวลาน้อยกว่า ก็แสดงว่าไมล์แข็งมาตรบอกความเร็วแสดงผลน้อยกว่าความเร็วจริง หากอยากทราบว่าความเร็วจริงเป็นเท่าไรก็ให้นำจำนวนวินาทีที่ได้ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร คำนวณต่อเนื่องไปว่าใน 1ชั่วโมง (3,600 วินาที) จะทำระยะทางได้กี่กิโลเมตร
      
       แก้ไขได้อย่างไร
      
        โดยทั่วไปแล้ว ไม่สามารถปรับตั้งที่ระบบการวัดหรือมาตรแสดงผลได้มีรถยนต์น้อยรุ่นมากที่สามารถเปลี่ยนเฟืองหรือเซ็นเซอร์ของระบบวัดความเร็วให้เปลี่ยนแปลงได้ส่วนใหญ่จึงต้องทำใจ และมักเพี้ยนกันไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์
      
       เพี้ยนภายหลัง
      
        ระบบการวัดความเร็ว เกิดจากการคำนวณไว้ล่วงหน้า ว่าเฟืองท้ายหมุนกี่รอบ ยางขนาดมาตรฐานที่เลือกใช้มีเส้นรอบวงเท่าไร จะได้ความเร็วเท่าไร แล้วก็แสดงผลขึ้นมาบนมาตรวัด  ดอกยางใหม่มีความสูงประมาณเกือบ 1 เซนติเมตรระหว่างยางใหม่เอี่ยมกับยางที่ดอกเกือบหมดมีเส้นผ่าศูนย์กลางรวมต่างกันกว่า 1 เซนติเมตรทำให้เส้นรอบวงมีความแตกต่างกันไม่น้อยส่งผลให้ไมล์มีความเพี้ยนแตกต่างกัน ยิ่งยางใกล้หมดดอก ไมล์จะยิ่งอ่อนเพราะยางมีเส้นรอบวงน้อยลงกว่าตอนใหม่ๆ

        การเปลี่ยนขนาดยางให้แตกต่างจากมาตรฐาน ทั้งความกว้าง ซีรีส์ของแก้ม หรือกระทะล้อ หากยางมีเส้นรอบวงแตกต่างออกไป มาตรแสดงความเร็วก็จะเพี้ยนแตกต่างจากเดิม

        หากใช้ยางที่มีเส้นรอบวงมากขึ้น ไมล์จะแข็งขึ้น เพราะหมุนต่อรอบได้ระยะทางจริงมากกว่า
        ถ้าหากใช้ยางที่มีเส้นรอบวงน้อยลง ไมล์จะอ่อนลง เพราะหมุนต่อรอบได้ระยะทางจริงน้อยกว่า
        
        ดังนั้นการเปลี่ยนขนาดยาง จึงควรเน้นที่เส้นรอบวงว่าต้องใกล้เดิมที่สุด เพื่อสมรรถนะและมาตรบอกความเร็วจะได้ไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก
      
       เปลี่ยนเครื่องยนต์ข้ามรุ่น ข้ามยี่ห้อ
      
        ถ้าเป็นการวัดความเร็วจากชุดเกียร์หากเปลี่ยนเครื่องยนต์พร้อมเกียร์ใหม่ ที่ไม่ตรงกับรุ่นเดิมทั้งกรณีข้ามรุ่น ในยี่ห้อเดียวกัน หรือข้ามยี่ห้อหากยังใช้มาตรบอกความเร็วตัวเดิม แล้วดัด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พ.ย. 2009, 09:52 PM โดย -TUM- » บันทึกการเข้า

-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 515
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,430


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 27 พ.ย. 2009, 09:48 PM »

18. Honda FIT (Japan)

http://www.honda.co.jp/Fit/webcatalog/

น่าอิจฉาคนญี่ปุ่นจัง ที่โน่นเค้ามี Options ให้ลูกค้าเลือกเต็มเลย...เทียบกับ Honda ไทยแล้วเศร้าเลย ที่เอามาให้ลูกค้าได้เท่านี้... แง แง

เริ่มต้นด้วยสีตัวรถ มีให้เลือกตั้ง 14 สี










ดูภายในบ้าง









ความปลอดภัย



รุ่นพิเศษ



Active Plus+

http://www.honda.co.jp/ACCESS/fit/activeplus/index.html

Sport Neo

http://www.honda.co.jp/ACCESS/fit/sportsneo/index.html

Luxe'Ster

http://www.honda.co.jp/ACCESS/fit/luxester/index.html

 ช๊อบ ชอบ

แถมรูปโฆษณาสวยๆครับ





 ช๊อบ ชอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พ.ย. 2009, 09:54 PM โดย -TUM- » บันทึกการเข้า

pijit30
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 194
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 664
กระทู้: 3,107


สมาชิกเมื่อ: มิ.ย. 2008
เพศ: หญิง
จาก: กทม.
ชื่อเล่น: ปู
รถ: jazz
รุ่น: sv
สี: ฟ้า
ชื่อเล่นรถ: jazzz


« ตอบ #74 เมื่อ: 30 พ.ย. 2009, 09:18 AM »

เยี่ยม ครับ   เยี่ยม
บันทึกการเข้า

พบกับรถ แนว vip ทั้ง 2 คัน  ของ น้องปู
http://www.vipcarthailand.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5981
packce13
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 1990
กระทู้: 25


สมาชิกเมื่อ: ก.ย. 2008


« ตอบ #75 เมื่อ: 07 ธ.ค. 2009, 12:55 PM »

ได้ความรู้มากมายจิงๆ
ขอบคุณครับ  เยี่ยม
บันทึกการเข้า
White_Knight
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 8375
กระทู้: 9


สมาชิกเมื่อ: ธ.ค. 2009
จาก: Ubon
รถ: Honda Jazz GE8
รุ่น: S AT
สี: Taffeta White
ชื่อเล่นรถ: "The Panda"


« ตอบ #76 เมื่อ: 08 ธ.ค. 2009, 08:33 PM »

 จา อาวว  จะเอา
บันทึกการเข้า
note666
เทิร์นโปรแล้วจ้า
***

ความดี ความชอบ : 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 7879
กระทู้: 141


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2009
เพศ: ชาย
จาก: Phathumthani
ชื่อเล่น: NK-Lover
รถ: NewJazz
รุ่น: SV  A/T
สี: Taffeta White
ชื่อเล่นรถ: Musika_FusionJazz


« ตอบ #77 เมื่อ: 09 ธ.ค. 2009, 02:42 PM »

รบกวนสอบถามหน่อยครับผม (หาอ่านไม่เจอซักทีครับ)

อยากทราบการเปรียบเทียบ อัตราการสิ้นเปลือง ระหว่าง เกียร์ _Manual & Auto_ นิดนึงซิครับ (เยอะๆก็ดีครับ)...

ว่าถ้ารถ ซีซี เท่ากัน รุ่นเดียวกัน ทุกอย่างคล้ายกันหมด ยกเว้นการเปลี่ยนเกียร์น่ะครับ

ไม่ทราบว่าด้วยกับการขับแบบปกติ (คือขับแบบไม่ลาก และไม่เชนเกียร์มากเกินไป) แบบ manual `หรือ auto

แบบไหนอันตราสิ้นเปลืองเชื่อเพลิงมากกว่ากันครับ....


................ตามที่ผมเข้าใจว่า   

                 ถึงแม้คนมากมายจะบอกกันว่า _manual เปลืองน้อยกว่า แต่ในความคิดผม ถ้าลากรอบไปเยอะๆ เช่น การแซง หรือออกตัว หรือ
จะชอบเล่น อะไรก็ตามแต่ manual ก็ไม่ได้ดีกว่า auto ไปเท่าไหร่

                 ในทางกลับกัน ถ้าใช้ auto ค่อยๆเร่ง รอรอบให้เปลี่ยนปกติ จะประหยัดกว่าซะอีกด้วย


ปล. ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกความคิดเห็นครับผม


โน๊ต (สมาชิกใหม่ๆสดๆ ครับ)..... ปิ๊ง ปิ๊ง
บันทึกการเข้า

Everything you want !! Should be suitable with your lifestyle.
ekki
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 6026
กระทู้: 41

GE8


สมาชิกเมื่อ: ก.ค. 2009
เพศ: ชาย
รถ: GE8
สี: BG-53M Briliant Sky Metallic


« ตอบ #78 เมื่อ: 09 ธ.ค. 2009, 06:21 PM »

                 ถึงแม้คนมากมายจะบอกกันว่า _manual เปลืองน้อยกว่า แต่ในความคิดผม ถ้าลากรอบไปเยอะๆ เช่น การแซง หรือออกตัว หรือ
จะชอบเล่น อะไรก็ตามแต่ manual ก็ไม่ได้ดีกว่า auto ไปเท่าไหร่

                 ในทางกลับกัน ถ้าใช้ auto ค่อยๆเร่ง รอรอบให้เปลี่ยนปกติ จะประหยัดกว่าซะอีกด้วย

ตามความเห็นผมก็เห็นเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอัตราทดของเกียร์ในแต่ละเกียร์ และอัตราทดของเฟืองท้ายด้วยครับ
และเท่าที่เห็นในปัจจุบันรถเกียร์ auto  จะทดเกียร์แบบประหยัดน้ำมันกว่า รถเกียร์ ธรรมดา โดยทำให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ในช่วงรอบเครื่องต่ำกว่าครับ และโดยเฉพาะ JAZZ 2009 นี้ เนื่องจากเข้าใจว่า concept ของ Fit เกียร์ธรรมดา (RS) เพื่อต้องการให้เป็น Sport ขับสนุก


บันทึกการเข้า

ถ้าสนใจโทรมาคุยได้ครับ 0818601366 ถ้าต้องการดูของโปรดแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันครับ
note666
เทิร์นโปรแล้วจ้า
***

ความดี ความชอบ : 7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 7879
กระทู้: 141


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2009
เพศ: ชาย
จาก: Phathumthani
ชื่อเล่น: NK-Lover
รถ: NewJazz
รุ่น: SV  A/T
สี: Taffeta White
ชื่อเล่นรถ: Musika_FusionJazz


« ตอบ #79 เมื่อ: 09 ธ.ค. 2009, 09:12 PM »

                 ถึงแม้คนมากมายจะบอกกันว่า _manual เปลืองน้อยกว่า แต่ในความคิดผม ถ้าลากรอบไปเยอะๆ เช่น การแซง หรือออกตัว หรือ
จะชอบเล่น อะไรก็ตามแต่ manual ก็ไม่ได้ดีกว่า auto ไปเท่าไหร่

                 ในทางกลับกัน ถ้าใช้ auto ค่อยๆเร่ง รอรอบให้เปลี่ยนปกติ จะประหยัดกว่าซะอีกด้วย

ตามความเห็นผมก็เห็นเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอัตราทดของเกียร์ในแต่ละเกียร์ และอัตราทดของเฟืองท้ายด้วยครับ
และเท่าที่เห็นในปัจจุบันรถเกียร์ auto  จะทดเกียร์แบบประหยัดน้ำมันกว่า รถเกียร์ ธรรมดา โดยทำให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ในช่วงรอบเครื่องต่ำกว่าครับ และโดยเฉพาะ JAZZ 2009 นี้ เนื่องจากเข้าใจว่า concept ของ Fit เกียร์ธรรมดา (RS) เพื่อต้องการให้เป็น Sport ขับสนุก




เรื่องเทคนิคถึงระบบเฟืองนี่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่น่ะครับ  แต่พอรู้ว่าอัตราเร่ง สัมพันกับความเร็วน่ะครับ
แต่ถ้าใครรู้ลึกๆ ก็ช่วงไขข้อข้องใจผมหน่อยครับ  ....

ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ
บันทึกการเข้า

Everything you want !! Should be suitable with your lifestyle.

NV Yangyont HJL Sponsor Vision HJL Sponsor TS Motor HJL Sponsor PTC Gas PTC Crystal Glass X Bar HJL Sponsor ว่าง SK II Motor Sport HJL Sponsor
Car Cover 2 You TT Auto Xenon เกษตร-นวมินทร์ HJL Sponsor ว่าง Mr. Prakanpai TT Auto Xenon Rama9 and Ratchada HJL Sponsor ว่าง S.V.AUTO SHOP HJL Sponsor RPM Auto HJL Sponsor

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 19
พิมพ์
กระโดดไป:  

 

 

Google

Theme orange-lt created by panic. | Customized and installed under the name Blue Jazz Advance by Kob Ob Ob. Contact: admin@hondajazzlover.com


website monitoring service Spam Poison.Com