ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

722,780 กระทู้ ใน 38,033 หัวข้อ- โดย 35,174 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: OuanPool

24 ม.ค. 2018, 12:40 AM
Honda Jazz LoverHonda Jazz Lover' s Hobby / งานอดิเรก ยามว่างกล้อง ท่องเที่ยว / Travel & Camera (ผู้ดูแล: Carrot)ทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยามหามงคลเสริมดวงชะตาปี 2552

หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยามหามงคลเสริมดวงชะตาปี 2552  (อ่าน 12328 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
-TUM-
Moderators
*****

ความดี ความชอบ : 516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,432


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« เมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 11:58 PM »

พอดีผมไปหาข้อมูลมา ผมมี plan จะไปวันเสาร์ที่ 28 นี้ เลยเอามาแชร์ครับ เผื่อใครไม่ได้ไปไหนช่วงปีใหม่ ก็ไปตามทริปแบบนี้ได้ครับ ไม่ไกลและได้ทำบุญครับ

ชาวพุทธเราไม่ว่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง การเข้า วัดไหว้ พระฟังเทศน์ ฟังธรรม ถือเป็นเรื่องดี และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นตามคติความเชื่อว่ากันว่า ควรเข้าวัดไหว้พระ 9 วัด เพราะเปรียบเสมือนการได้ทำบุญครั้งใหญ่ เสริมมงคลให้ชีวิต ซึ่งในแต่ละจังหวัดก็จะมีวัดดังแตกต่างกันไป แต่ที่มีชื่อเสียงและคนนิยมไปไหว้ คือ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมืองเก่าใกล้กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของเรานั่นเอง เหตุที่พุทธศาสนิกชนนิยมไปไหว้พระที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพราะที่นี่มีวัดเก่าแก่ชื่อดังมากมาย

แบบที่ 1: จัดตามชื่อวัดที่เป็นมงคล แต่วัดกระจายค่อนข้างไกล วิ่งให้หมดวันเดียวอาจจะเหนื่อยเหมือนกัน นะครับ



1.วัดพนัญเชิงวรวิหาร มีความรุ่งเรืองด้านการทำมาค้าขึ้น การพานิชย์  การเดินทางปลอดภัย

วัดแห่งนี้มีความเชื่อกันว่าเมื่อมากราบไหว้จะช่วยเสริมมงคล ด้านการค้าพาณิชย์รุ่งเรือง ความสำเร็จในงาน สิ่งสำคัญที่สุดของวัดนี้ก็คือ พระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 20 เมตร 17 เซนติเมตร สูง 19 เมตร ซึ่งแต่เดิมนั้นประทับนั่งอยู่กลางแจ้ง ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อโต" หรือชาวไทยเชื้อสายจีน เรียกว่า "ซำปอกง" และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "พระพุทธไตรรัตนนายก" ตำนานกล่าวว่าเมื่อคราวจะเสียกรุงครั้งที่ 2 มีน้ำพระเนตรไหลลง มาถึงพระนาภี วัดและองค์พระชำรุด เนื่องจากไฟไหม้ใน พ.ศ.2444 จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

http://www.tat.or.th/ayutthaya/travelplacedet.asp?prov_id=14&id=499&dept_id=11

2.วัดใหญ่ชัยมงคล มีมงคลด้านชัย เมตตามหานิยม

วัดนี้เดิมชื่อ“วัดป่าแก้ว”สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 1900 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง และในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พ.ศ.2135 ได้มีการสร้าง“พระเจดีย์ชัยมงคล”ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ ที่ได้ชัยในการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี พร้อมกับพระราชทานนามว่า
“วัดชัยมงคล” แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดใหญ่ชัยมงคล”เพราะมีเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในอยุธยามองเห็นโดดเด่นแต่ไกล

http://www.tat.or.th/ayutthaya/travelplacedet.asp?prov_id=14&id=491&dept_id=11

3.วัดสุวรรณดาราราม มีเมตตาบารมี เสริมความกตัญูกตเวทิตา

เป็นวัดที่พระบรมมหาชนกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสร้างไว้ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์ จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดทองขึ้นใหม่และพระราชนามว่า“วัดสุวรรณดาราราม”

http://www.tat.or.th/ayutthaya/travelplacedet.asp?prov_id=14&id=3490&dept_id=11

4.วิหารมงคลบพิตร มีสิริมงคล เสริมดวงชะตา

วัดนี้อยู่ใกล้ๆกับวัดใหญ่ฯ เชื่อว่าใครที่มาไหว้วัดนี้จะทำมาค้าขึ้นรุ่งเรืองด้านพาณิชย์ เดินทางปลอดภัย โดยในตำนานระบุว่าวัดพนัญเชิงเป็นวัดที่สร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยา มี“พระเจ้าพนัญเชิง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ ส่วนชาวจีนนิยมเรียกกันว่า “ซำปอกง”
ซึ่งมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมและพระราชทานนามว่า “พระพุทธไตรรัตนายก”

http://www.tat.or.th/ayutthaya/travelplacedet.asp?prov_id=14&id=3520&dept_id=11

5.วัดธรรมิกราช เมตตามหานิยม สุขภาพร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัย

วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างเช่นเจดีย์ประธานทรงลังกาที่เป็นรูปพญานาค 7 เศียรแผ่พังพาน นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ แต่ว่าถูกเผาทำลายเหลือแต่เศียรพระเป็นศิลปะสมัยอู่ทองมีพระพักตร์สี่เหลี่ยมดูเคร่งเครียดจนชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อแก่” ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ฯสามพระยา

http://www.tat.or.th/ayutthaya/travelplacedet.asp?prov_id=14&id=3507&dept_id=11

6.วัดหน้าพระเมรุราชิการาม มีมงคลด้านความเจริญ รุ่งเรือง

วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกเผาทำลาย เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ยกให้เป็นหนึ่งในวัดอันซีนไทยแลนด์ เนื่องจากว่ามีพระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชรญ์บรมไตรโลกนาถ ที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องที่ใหญ่และงดงามที่สุดในเมืองไทย

7.วัดเชิงท่า มีเมตตามหานิยม

เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะเมืองริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำลพบุรี ใกล้กับคูไม้ร้องซึ่งเป็นอู่เก็บเรือพระที่นั่ง
ที่ตั้งวัดนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับป้อมท้ายสนมและปากคลองท่อ  ซึ่งเป็นท่าข้ามเรือของฝั่งเกาะเมืองมาขึ้นฝั่งที่วัดเชิงท่า  ด้วยเหตุนี้จึงเรียกชื่อว่า
วัดตีนท่าอีกด้วย

8.วัดกษัตราธิราช มีหน้าที่การงานที่ดี อยู่ยงคงกระพัน

ใครที่ไหว้พระที่วัดนี้จะมีเมตามหานิยม และคงกระพันชาตรี มีหน้าที่การงางดี สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่สำคัญในวัดนี้ก็คือ พระประธานที่มีแท่นฐานผ้าทิพย์ปูนปั้น ซึ่งช่างทำด้วยฝีมือประณีตงดงามมาก

9.วัดพุทไธศวรรย์ มีเมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพัน

วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณ“ตำหนักเวียงเหล็กหรือเวียงเล็ก”ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ภายในวัดพุทไธศวรรย์มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ
พระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ศิลปะแบบขอมที่มีสีขาวโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล มี “หลวงพ่อดำ”เป็นองค์พระประธานของวัด ใครที่ไหว้พระในวัดนี้จะถือว่าอยู่ยงคงกระพัน เติบโตในหน้าที่การงาน รวมไปถึงเรื่องของการสอบเข้าทหารตำรวจด้วยนอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อที่เล่าต่อๆกันมาว่า หากลูกหลานเจ็บไข้ได้ป่วยชาวบ้านก็จะนำไปถวายให้เป็นลูกของพระเจ้าอู่ทอง เพื่อให้หายไข้และก็จำทำการแก้บนด้วยการบวชถวายเมื่ออายุครบ

http://www.tat.or.th/ayutthaya/travelplacedet.asp?prov_id=14&id=500&dept_id=11


แบบที่ 2: มีวัดที่น่าสนใจอีก 4 วัด + 2 อนุสาวรีย์ สามารถเอาเข้าไปแทรกใน 9 วัดได้ (วิ่งสั้นขึ้นหน่อย)



วัดราชบูรณะ (X1)

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดให้สร้างขึ้น เมื่อราว พ.ศ. 1967 ณ ที่ซึ่งใช้ ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายกับ เจ้ายี่ชนช้างกันจนถึงแก่พิราลัย และโปรดให้ก่อเจดีย์ 2 องค์ สวมทับบริเวณที่ชนช้าง ปัจจุบันเหลือเพียงฐานอยู่กลางวงเวียนหน้าวัด ซากที่เหลืออยู่แสดงว่าวิหารและส่วน
ต่างๆ ของวัดนี้ใหญ่โตมาก พระปรางค์ที่เหลืออยู่เป็นศิลปะ อยุธยาสมัยที่ 1ซึ่งนิยมตามแบบขอมที่ให้ พระปรางค์เป็นประธานของวัด คราวเสียกรุง วัดนี้ถูกเผา เสียหายหมด แม้พระปรางค์ใหญ่จะยังคงเหลืออยู่ แต่ได้ถูกคนร้ายลักขุดของมีค่าในกรุไปส่วนหนึ่ง จนกระทั่งกรมศิลปากรได้ขุดกรุเอาโบราณ
วัตถุที่มีค่าไปรักษาไว้ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

วัดศรีสรรเพชรญ์ (X2)

เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงเช่นเดียว กับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่กรุงเทพฯ หรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ใช้เป็นที่ประทับ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่ แล้วโปรดยกให้เป็น เขตพุทธาวาส เพื่อประกอบ พิธีสำคัญต่างๆ ของบ้านเมือง จึงเป็นวัดในเขตพระราชวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างพระสถูปเจดีย์องค์ตะวันออก เพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระราชบิดา

วัดมหาธาตุ (X3)

สร้างในสมัยของสมเด็จพระราเมศวรเมื่อ พ.ศ.1927 ลักษณะสถาปัตยกรรมของพระมหาธาตุ (ปรางค์) เป็นแบบแรกของสมัยอยุธยาซึ่งมีอิทธิพลของขอมปนมาก ชั้นล่างก่อสร้างด้วยศิลาแลง แต่ที่เสริมใหม่ปัจจุบัน เป็นอิฐปูนสมเด็จ พระเจ้าปราสาททอง ได้ปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่โดยเสริม
ให้สูงกว่าเดิม แต่ขณะนี้ยอดพังลงมา เหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้น

วัดภูเขาทอง และอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวมหาราช (X4)

เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา สามารถเห็นได้แต่ไกล สันนิฐานว่าได้สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวร เมื่อปี พ.ศ. 1930 และเมื่อปี พ.ศ. 2112 พระเจ้าบุเรงนอง แห่งเมืองหงสาวดี ได้ยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ จึงได้สร้างพระเจดีย์ใหญ่แบบมอญขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์ที่วัดนี้ เจดีย์ที่
สร้างนี้เรียกว่า ภูเขาทอง และวัดที่อยู่ต้ดกับเจดีย์นี้ก็เรียก ว่า วัดภูเขาทอง

เจดีย์พระศรีสุริโยทัย (X5)

เป็นอนุสรณ์สถานของวีรสตรีไทยพระองค์แรก สมเด็จพระสุริโยทัยซึ่ง สิ้นพระชนม์ในการทำสงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าแปรและเป็นการยืนยันเกียรติแห่งสตรีไทยที่ได้รับการยกย่องจากสังคมไทยมาแต่ครั้งบรรพกาล สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงปลงพระศพของพระนางและสถาปนาวัดที่ปลงพระศพขึ้นเป็นวัดสวนหลวงสบสวรรค์ (เดิมชื่อ วัดสบสวรรค์) ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้มีการสอบสวน หาตำแหน่งสถานที่ต่างๆที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารเพื่อเรียบเรียงเป็นหนังสือประชุมพงศาวดารขึ้นทูลเกล้าฯถวาย จึงเป็นเหตุให้ทราบตำแหน่งของวัดสบสวรรค์ซึ่งยังคงพบเจดีย์แบบย่อไม้สิบสองสูงใหญ่ปรากฏตามที่ตั้งในปัจจุบันนี้

 ขอบคุณคร๊าบ
บันทึกการเข้า

tacomec
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 713
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 1069
กระทู้: 14,880

0oo__ลุงหม่ำ__oo0


สมาชิกเมื่อ: ก.ค. 2008
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
รถ: Jazz
รุ่น: SV
สี: Nighthawk Black Pearl
ชื่อเล่นรถ: กระป๋องดำ


« ตอบ #1 เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 12:01 AM »

มีข้อมูลดีดีมาแบ่งปันเสมอเลยพี่ตั๊ม บวกให้ครับ เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม

 ยินดี ดีคร๊าบ
บันทึกการเข้า

กระป๋องดำเรียบๆ http://www.hondajazzlover.com/forum/index.php?topic=3626.0
-TUM-
Moderators
*****

ความดี ความชอบ : 516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,432


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 12:23 AM »

วันจันทร์ที่ผ่านมาไปเดินดูนักศึกษาตรงหอการค้า ไม่เจอน้อง VIP สีดำแฮะ....


 ฮ่วย
บันทึกการเข้า

tacomec
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 713
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 1069
กระทู้: 14,880

0oo__ลุงหม่ำ__oo0


สมาชิกเมื่อ: ก.ค. 2008
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
รถ: Jazz
รุ่น: SV
สี: Nighthawk Black Pearl
ชื่อเล่นรถ: กระป๋องดำ


« ตอบ #3 เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 11:19 AM »

วันจันทร์ที่ผ่านมาไปเดินดูนักศึกษาตรงหอการค้า ไม่เจอน้อง VIP สีดำแฮะ....


 ฮ่วย

เปลี่ยนที่ใหม่แล้วพี่ โดนจับซ้ำบ่อยๆม่ะดี อิอิ เหนื่อยจัง
บันทึกการเข้า

กระป๋องดำเรียบๆ http://www.hondajazzlover.com/forum/index.php?topic=3626.0
bdoraemon
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 172
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 4228
กระทู้: 3,377

Hello!!


สมาชิกเมื่อ: มี.ค. 2009
เพศ: หญิง
จาก: BKK
ชื่อเล่น: BEE
รถ: Jazz
รุ่น: V  AT
สี: Green


« ตอบ #4 เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 11:29 AM »

วันจันทร์ที่ผ่านมาไปเดินดูนักศึกษาตรงหอการค้า ไม่เจอน้อง VIP สีดำแฮะ....


 ฮ่วย

เปลี่ยนที่ใหม่แล้วพี่ โดนจับซ้ำบ่อยๆม่ะดี อิอิ เหนื่อยจัง

พี่หม่ำชอบชุดนักศึกษาหรอ
จะได้ใส่มั้ง อี่ อี่
บันทึกการเข้า
tacomec
นักแข่งระดับเทพ
*****

ความดี ความชอบ : 713
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 1069
กระทู้: 14,880

0oo__ลุงหม่ำ__oo0


สมาชิกเมื่อ: ก.ค. 2008
เพศ: ชาย
จาก: กทม.
รถ: Jazz
รุ่น: SV
สี: Nighthawk Black Pearl
ชื่อเล่นรถ: กระป๋องดำ


« ตอบ #5 เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 11:32 AM »

วันจันทร์ที่ผ่านมาไปเดินดูนักศึกษาตรงหอการค้า ไม่เจอน้อง VIP สีดำแฮะ....


 ฮ่วย

เปลี่ยนที่ใหม่แล้วพี่ โดนจับซ้ำบ่อยๆม่ะดี อิอิ เหนื่อยจัง

พี่หม่ำชอบชุดนักศึกษาหรอ
จะได้ใส่มั้ง อี่ อี่

เปล่าอ่ะ เหนื่อยจัง ไปเยี่ยมแม่บ้าน ภารโรง ไรเงี่ยะ โอ๊ะ อ้าว
บันทึกการเข้า

กระป๋องดำเรียบๆ http://www.hondajazzlover.com/forum/index.php?topic=3626.0
-TUM-
Moderators
*****

ความดี ความชอบ : 516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,432


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 02:27 PM »

เสาร์ที่ 28 นี้มี Plan จะไป ถ้าไม่ติดขัดอะไรจะถ่ายรูปมาฝากครับ

เพิ่มเติมครับ

การ “ไหว้พระ” ก็มี “เคล็ดมงคล” ที่น่าสนใจ...

เริ่มจากง่าย ๆ ตามวันเกิด คือ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ก่อนเลย ซึ่งนี่น่าจะสะดวกและประหยัดที่สุดในการไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต โดยไหว้ “พระประจำวันเกิด” ทั้งนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมจัดทำเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตโดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ระบุไว้ว่า คนไทยแต่โบราณนั้น “ถือว่าการบูชาพระประจำวันเกิดเป็นมงคลอันสูงยิ่งอีกประการหนึ่ง” โดยบางคนก็บูชาเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรือปัดเป่าให้รอด พ้นภัยพิบัติต่าง ๆ

สำหรับพระประจำวันเกิดแต่ละวัน ซึ่งมีการสร้างเป็นพระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ หรือพระบูชาก็มี แบ่งเป็น “ปาง” ตามวันต่าง ๆ คือ...
1.      “ปางถวายเนตร” เป็นพระประจำวันอาทิตย์
2.      “ปางห้ามญาติ หรือปางห้ามสมุทร” เป็นพระประจำวันจันทร์
3.      “ปางไสยาสน์ หรือปางปรินิพพาน” เป็นพระประจำวันอังคาร
4.      “ปางอุ้มบาตร” เป็นพระประจำวันพุธ-กลางวัน และ “ปางปาลิไลยก์” เป็นพระประจำวันพุธ-กลางคืน (พุธ-กลางคืน หมายถึงผู้ที่เกิดระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันพุธ ถึงเวลา 06.00 น. ของวันพฤหัสบดี หรือบางคนก็นับตั้งแต่ 18.00-24.00 น. ของวันพุธ สุดแต่ความเชื่อ)
5.      “ปางสมาธิ หรือปางตรัสรู้” เป็นพระประจำวันพฤหัสบดี
6.      “ปางรำพึง” เป็นพระประจำวันศุกร์
7.      “ปางนาคปรก” เป็นพระประจำวันเสาร์
 
พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประจำวันเกิดทั้ง 7 วันนี้ ชาวไทยพุทธสามารถจะเสาะหาเพื่อกราบไหว้สักการะได้ไม่ยาก เพราะมีการจัดสร้างไว้ ตามวัดวาอารามส่วนใหญ่ และมักจะมีป้ายบอกปางชัดเจน ไม่สับสน
 
ทั้งนี้ นอกจากพระประจำวันเกิดแล้ว “พระประจำปีนักษัตร” ที่แต่ละคนเกิด ก็มีด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ www.dhamma thai.org ระบุไว้สรุปได้ว่า...
1.      พระประจำปีชวด คือ “ปางโปรดอาฬวกยักษ์” เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายอยู่บนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) จีบนิ้วพระหัตถ์ เป็นกิริยาทรงแสดงธรรมลักษณะเดียวกับปางปฐมเทศนา บางแบบพระหัตถ์ซ้ายวางบนพระชานุ (เข่า)
2.      พระประจำปีฉลู มี 2 ปางคือ “ปางโปรดพุทธมารดา” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา (ตัก) บางแบบวางบนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) จีบนิ้วพระหัตถ์ บางแบบงอนิ้วพระหัตถ์ และ “ปางห้ามญาติ” พระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้าเป็นกิริยาห้าม เป็นปางเดียวกับปางห้ามสมุทร
3.      พระประจำปีขาล คือ “ปางโปรดพกาพรหม” พระอิริยาบถยืน บนเศียรพกาพรหมซึ่งประทับหลังโคอุสุภราช พระหัตถ์ทั้งสองวางบนพระเพลา (ตัก) บางแบบพระหัตถ์ประสานกันอยู่บนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย ทอดพระเนตรลงเบื้องต่ำ
4.      พระประจำปีเถาะ คือ “ปางอธิษฐานเพศบรรพชิต” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวายกขึ้นวางบนพระอุระ (อก) เบนฝ่าพระหัตถ์ไปทางซ้าย (บางตำราใช้ปางปัจจเวกขณะ)
5.      พระประจำปีมะโรง คือ “ปางโปรดองคุลิมาลโจร” พระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) นิ้วพระหัตถ์ตั้งตรง หันฝ่าพระหัตถ์ไปทางซ้าย
6.      พระประจำปีมะเส็ง คือ “ปางทรงรับอุทกัง” แสดงกิริยารับน้ำ พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาทรงบาตรวางบนพระชานุ (เข่า)
7.      พระประจำปีมะเมีย คือ “ปางสนเข็ม” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) พระหัตถ์ซ้ายจับเข็ม พระหัตถ์ขวาจับเส้นด้าย เป็นกิริยาสนเข็ม
8.      พระประจำปีมะแม คือ “ปางประทานพร” พระอิริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้นเสมอพระอุระ (อก) แบฝ่าพระหัตถ์ออกไปข้างหน้า พระหัตถ์ขวาห้อยลง แบฝ่าพระหัตถ์ออกไปข้างหน้า บางแบบยกพระหัตถ์ขวาขึ้น ห้อยพระหัตถ์ซ้ายลง
9.      พระประจำปีวอก คือ “ปางปฐมบัญญัติ” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ ยกฝ่าพระหัตถ์ทั้งสอง ตะแคงยื่นออกข้างหน้า
10.  พระประจำปีระกา มี 2 ปางคือ “ปางรับมธุปายาส” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ แบฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองยื่นออกข้างหน้า เป็นกิริยารับถาดมธุปายาส บางแบบประทับนั่งห้อยพระบาท และ “ปางเสวยมธุปายาส” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ ประคองถาดมธุปายาส
11.  พระประจำปีจอ คือ “ปางชี้อัครสาวก” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาชี้นิ้วออกข้างหน้า
12.  พระประจำปีกุน คือ “ปางโปรดพญาชมพูบดี หรือปางทรงเครื่อง” พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ (เข่า) ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหากษัตริย์

และนี่ก็เป็น “พระประจำวันเกิด-พระประจำปีเกิด”

แบบแรกหาไหว้ได้ง่าย...แบบหลังหายากขึ้นอีกนิด

แต่จะแบบไหนก็ “สร้างมงคลชีวิต” ได้ทั้งนั้น !!!.

 ขอบคุณคร๊าบ
บันทึกการเข้า

leemleee
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 36254
กระทู้: 1


สมาชิกเมื่อ: พ.ค. 2012
ชื่อเล่น: Leemleee
ชื่อเล่นรถ: Leemleee

เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 21 พ.ค. 2012, 03:04 PM »

 เยี่ยม สุดยอด
บันทึกการเข้า

NV Yangyont HJL Sponsor Vision HJL Sponsor TS Motor HJL Sponsor PTC Gas PTC Crystal Glass X Bar Leo Oil SK II Motor Sport HJL Sponsor
Car Cover 2 You TT Auto Xenon เกษตร-นวมินทร์ HJL Sponsor ว่าง Mr. Prakanpai TT Auto Xenon Rama9 and Ratchada HJL Sponsor ว่าง S.V.AUTO SHOP HJL Sponsor RPM Auto HJL Sponsor

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป:  

 

 

Google

Theme orange-lt created by panic. | Customized and installed under the name Blue Jazz Advance by Kob Ob Ob. Contact: admin@hondajazzlover.com


website monitoring service Spam Poison.Com