ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

722,808 กระทู้ ใน 38,059 หัวข้อ- โดย 35,174 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: OuanPool

24 ม.ค. 2018, 04:56 AM
Honda Jazz LoverHonda Jazz Lover Society / ชุมชนคนรักฮอนด้าแจ๊สห้องแจ๊สไฮบริด / Jazz Hybrid Discussion (ผู้ดูแล: Carrot, Mr.D, -TUM-, stickylight)ไหนๆก็จะไปขับ Hybrid แล้ว ต้องศึกษากันหน่อยครับ

หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ไหนๆก็จะไปขับ Hybrid แล้ว ต้องศึกษากันหน่อยครับ  (อ่าน 8314 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,432


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« เมื่อ: 19 มิ.ย. 2013, 11:53 PM »

ไหนๆก็จะไปขับ Hybrid แล้ว ต้องศึกษากันหน่อยครับ  Smiley

http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=4236

ในเมืองไทย Honda เปิดตัว Jazz HYBRID ไปเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2012 ที่ผ่านมา ทิ้งช่วงจากการ
เปิดตัวในญี่ปุ่นราวๆ 1 ปี กับอีก 9 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาปกติ ที่ใช้ในการเตรียมขึ้นสายการผลิตของ
รถยนต์ 1 รุ่นในประเทศไทย (เฉลี่ยตั้งแต่ 12 - 18 เดือน) นอกเหนือจากจะเป็นรถยนต์ Honda ขุมพลังแบบ
HYBRID รุ่นแรกที่ถูกผลิตขึ้นในเมืองไทยแล้ว ยังเป็นรถยนต์ Honda HYBRID รุ่นแรกในประวัติศาสตร์
ที่ Honda ส่งมาขึ้นสายการประกอบ นอกประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย!
!

Jazz HYBRID ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานงานวิศวกรรมของ Honda Fit/Jazz เจเนอเรชันที่ 2 บนพื้นตัวถัง
GLOBAL SMALL PLATFORM อันเป็นพื้นฐานให้กับรถยนต์ขนาดกระทัดรัดรุ่นใหม่ๆในโครงการ
ที่ชื่อ SMALL MAX ตลอดช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา

ขนาดตัวถังของ Jazz HYBRID ยังคงไม่ได้แตกต่างไปจาก Jazz รุ่นมาตรฐานกันเลย คงความยาวไว้ที่
3,900 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร สูง 1,550 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,500 มิลลิเมตร ความกว้าง
ช่วงล้อคู่หน้า 1,492 มิลลิเมตร วามกว้างช่วงล้อคู่หลัง 1,475 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นรถถึงพื้นถนน
(Grund Clearance) 150 มิลลิเมตร น้ำหนักรถตัวเปล่า 1,166 กิโลกรัม หนักขึ้นกว่ารถรุ่นเดิม 100 กิโลกรัม
แต่ห้องโดยสาร ยังคงมีความยาวเท่ากับรถรุ่นเดิม



เมื่อพูดถึงรถยนต์ HYBRID หลายคนๆ เข้าใจว่า มันเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับพลังงานจาก
น้ำมันเชื้อเพลิง แต่บางคนที่ไม่รู้เรื่องรถยนต์นัก ต่างถามผมด้วยคำถามเดียวกัน ที่ผมได้ยินมาเรื่อยๆ ตลอด
หลายปีที่ผ่านมา ตรงกันว่า...

"แล้วมันยังต้องเติมน้ำมันหรือเปล่า?"

"เอ๋า! ก็ยังต้องเติมสิครับพี่! ถ้าพี่ไม่เติม แล้วรถมันจะวิ่งได้หรือครับ?"

คนฟังก็งงเต๊ก "อ้าว อย่างนั้นมันจะต่างจากรถธรรมดาตรงไหนกันละ? ก็เห็นบอกว่าใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน อั๊วก็
เข้าใจว่า มันเป็นรถไฟฟ้าเลย อย่างนี้ อั๊วซื้อรถเก๋งธรรมดาดีกว่าไหม? "

อาเจ็กคร้าบ ความแตกต่างกัน มันมีดังต่อไปนี้

รถยนต์ HYBRID หนะ ต่างจากรถยนต์ ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปทั่วๆไป ตรงที่ มีมอเตอร์ไฟฟ้า พ่วงเข้ามาช่วย
ขับเคลื่อน ในช่วงความเร็วต่ำ
และไม่ได้เร่งความเร็วมากนัก ข้อดีคือ เครื่องยนต์ไม่ค้องทำงานตลอดเวลาในช่วง
ที่ขับรถไม่เร็วนัก อย่างต่อเนื่อง รถจะแล่นได้ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้น จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นเพราะ
เครื่องยนต์ ไม่ต้องทำงานตลอดเวลา นั่นเอง

ในเมื่อ รถยนต์ HYBRID ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า เข้ามาช่วยทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ก็ต้องมีแบ็ตเตอรี สำหรับระบบ
ขับเคลื่อน เพิ่มเข้ามา ส่วนใหญ่แล้ว "จะแยกต่างหากออกจากแบ็ตเตอรีมาตรฐานสำหรับวิทยุ และอุปกรณ์ไฟฟ้า
ภายในรถ" หลักๆแล้ว จะใช้แบ็ตเตอรี Nickel Metal Hydride หรือไม่ก็ Lithium Ion เหมือนๆแบ็ตเตอรีที่ใช้ใน
โทรศัพท์มือถือนั่นแหละครับ

เจ้าแบ็ตเตอรี สำหรับระบบขับเคลื่อน ลูกใหญ่ เนี่ย อายุการใช้งาน มันยาวนานครับ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยทุก 2 ปี
เหมือนอย่างแบ็ตเตอรีรถยนต์ทั่วไป ดังนั้น มันสามารถลากใช้งานไปได้ตลอดอายุของรถ หรือจนกว่ามันจะเริ่ม
เก็บกระแสไฟได้น้อยลง ซึ่งก็อีกตั้งหลายปีกว่าจะเป็นเช่นนั้น หมายความว่า ต่อให้แบ็ตเตอรี แพงแค่ไหน คุณก็
ไม่ต้องหาเงินหลายหมื่นบาท มาเปลี่ยนแบ็ตใหม่กันทุก 1-2 ปี อย่างที่ต้องทำกับแบ็ตเตอรีติดรถยนต์ตามปกติ
ใช้งานได้ จนกว่าจะขายรถทิ้ง เป็นรถมือสองไปเลยนั่นแหละ!

สิ่งที่ทำให้ Jazz HYBRID โดดเด่นขึ้นมากว่าชาวบ้านชาวช่องเขาในเวลานี้ ไม่ได้อยู่แค่เพียง การนำเทคโนโลยี
ระบบขับเคลื่อน HYBRID มาวางลงในรถยนต์ขนาดเล็ก เพื่อทำราคาขายให้ถูกลงเท่านั้น แต่อยู่ที่การติดตั้งระบบ
HYBRID ให้สอดรับกับโครงสร้างงานวิศวกรรมพื้นฐานของรถยนต์ที่มีขายอยู่แล้ว ได้ "เนียน" โดยไม่เสียพื้นที่
การใช้สอยในห้องโดยสาร อย่างที่เห็นในภาพข้างบนนี้

ระบบขับเคลื่อนใน Jazz HYBRID จะประกอบไปด้วย เครื่องยนต์สันดาปภายใน รหัส LDA บล็อก 4 สูบ SOHC
8 วาล์ว 1,339 ซีซี เส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ x ช่วงชัก 73 x 80 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.8 : 1 พร้อมระบบแปรผัน
วาล์ว i-VTEC  หัวฉีด อีเล็กโทรนิกส์ Multi-Point Honda PGM-FI กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที

เหมือนกับเเครื่องยนต์ของรถยนต์ HYBRID อื่นๆ LDA-MF6 เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้มีวงจรการจุดระเบิด
แบบ Atkinson-Cycle ซึ่งต่างจาก การจุดระเบิดในแบบ Otto ที่ใช้ในเครื่องยนต์ของรถยนต์ทั่วๆไป ตรงที่ เครื่องยนต์
จะดูดไอดีเข้าห้องเผาไหม้ ไม่เต็ม 100 % แต่จะคายออกอีกนิดหน่อย เพื่อจะกั๊กเอาไว้นิดหน่อย ก่อนจะเปิดวาล์วไอดี
ปล่อยให้ไอดีล็อตที่กั๊กไว้ตอนแรกนั้น รวมกับไอดีระลอกถัดไป ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อจุดระเบิดในรอบต่อไป

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับการที่ คุณกำลังต่อแถวเข้าคิว เดินเข้าไปชมการแสดงในโรงละครหรือมหรสพ
อะไรก็ตาม ที่ต้องแบ่งจำนวนคนออกเป็นรอบๆ นั่นละครับ สมมติว่า รอบนึง จำกัดคนดูไว้ ครั้งละ 30 คน เท่ากับว่า
เด็กเดินตั๋ว ต้องปล่อยคนเข้าไปในโรง 30 คนพอดี นั่นคือระบบสันดาปแบบ Otto

แต่ในระบบ Atkinson Cycle  ก็เหมือนกับว่า เจ้าเด็กเดินตั๋ว ปล่อยคุณให้เดินเข้าไป เพราะนับผิดว่า ครบ 30 คนแล้ว
แต่ดันปล่อยคนดูเข้าโรง เกินไป 6-7 คน สต๊าฟในโรง ก็ต้องดันคุณกลับออกมารอที่หน้าประตูทางเข้าโรงอีกครั้ง
รอจนกว่า การแสดงรอบที่คุณเดินหลุดเข้าไปแล้วถูกดันออกมา จบลง ประตูเปิดออกอีกครั้ง เด็กเดินตั๋วจึงจะส่งคุณ
เข้าไปในโรง เพื่อดูการแสดง ในรอบที่คุณควรจะได้ดูเสียที นั่นเอง!!




เครื่องยนต์จะถูกติดตั้งเชื่อมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า DC แบบไร้แปรงถ่าน (Brushless) ขนาดบางกระทัดรัด รุ่น MF6
ขนาด 100 Volt กำลังสูงสุด 14 แรงม้า (PS) ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 78 นิวตันเมตร (8 กก.-ม.)  
ที่ 1,000 รอบ/นาที มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดขดลวดทองแดง ถูกติดตั้งเอาไว้กับเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์  
มอเตอร์ MF 6 ลูกนี้ เป็นลูกเดียวกันกับที่คุณจะพบได้ทั้งใน Honda INSGHT และ Honda CR-Z นั่นเองละ!

เชื่อมการทำงาน กับชุดควบคุมระบบไฟฟ้า ที่เรียกว่า IPU (Intelligent Power Control Unit) ประกอบไปด้วย
แบ็ตเตอรี Nickel Metal Hydrye 7/5.75 แอมป์ กล่องสมองกลควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า ECU (Electric Control
Unit) กล่อง PDU และอุปกรณ์เปลี่ยนกระแสไฟฟ้า จากกระแสสลับ เป็นกระแสตรง หรือกระแสตรง เป็น
กระแสสลับ AC-DC Converter ทั้งหมดจะถูกติดตั้งไว้ที่ช่องเก็บยางอะไหล่ ใต้พื้นห้องเก็บของด้านหลัง
เพื่อลดปัญหาด้านพื้นที่ในห้องโดยสาร และยังคงทำให้ Jazz สามารถรักษาอรรถประโยชน์ จากพื้นที่วางของ
ด้านหลัง ได้เทียบเท่า Jazz รุ่นปกติได้เลยอีกด้วย (เท่ากับว่า Jazz HYBRID ไม่มียางอะไหล่มาให้นะครับ
แต่มีชุดปะยางในกรณีฉุกเฉินแทน แก้ปัญหาไปก่อน)

คำถามก็คือ ทำไม Honda ไม่เลือกใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใหญ่กว่า และให้กำลังมากกว่านี้ รวมทั้งแบ็ตเตอรี
ที่ใหญ่กว่านี้ คุณ Kohei ตอบว่า "มอเตอร์และแบ็ตเตอรีที่ใหญ่ขึ้น จะไปเบียดบังพื้นที่โดยสาร และพื้นที่
ห้องเก็บของภายในรถด้วย ดังนั้น เราจึงเลือกใช้ เครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดเดียวกับที่ใช้อยู่แล้วใน
Honda INSIGHT รุ่นปัจจุบัน เพื่อให้ต้นทุนในการผลิต และการพัฒนา ถูกลง อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อได้
ทั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT หรือ แม้แต่เกียร์ธรรมดา"



ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ด้วย เกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผัน CVT (Continuously Variable
Transmission) พร้อมสมองกล ของเกียร์ ที่ถูกโปรแกรมให้รองรับกับการใช้งานในระบบ HYBRID
โดยเฉพาะ

อัตราทดเกียร์ แปรผันตั้งแต่ 2.526 - 0.421 :1  เกียร์ถอยหลัง แปรผันได้ตั้งแต่ 4.510 - 1.692 : 1
ส่วนอัตราทดเฟืองท้าย อยู่ที่ 5.274 ถือว่าทดเอาไว้ค่อนข้างจัด เพื่อเน้นในการออกตัวไม่ให้อืดไปนัก

แล้วระบบขับเคลื่อน HYBIRD ใน Honda ต่างจากระบบ HYBRID ของ Toyota อย่างไร?

ต่างกันดังนี้....
ระบบขับเคลื่อน HYBRID ของ Honda แทบจะทุกรุ่นที่ผ่านมา รวมทั้ง Jazz HYBRID ใหม่นั้น จะใช้
ระบบ Pararell HYBRID โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน รับบทเป็นพระเอก ส่วน
มอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมแรง ในช่วงออกรถ และเร่งแซง รับหน้าที่เป็น พระรอง เหมือนละครทีวี

เมื่อใช้ความเร็วต่ำ ในช่วง 20 - 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากมีไฟในแบ็ตเตอรี เหลือมากพอ คุณแค่ถอนเท้า
จากคันเร่ง แล้วแตะเลี้ยงคันเร่งอย่างแผ่วเบาไป มอเตอร์ไฟฟ้า ก็จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถไปข้างหน้า
เพียงอย่างเดียว ในแบบ EV Mode (EV : Electric Vehicle รถยนต์ไฟฟ้า นั่นเอง) โดยเครื่องยนต์จะ
หยุดทำงานชั่วคราว จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเลย

ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไป ในขณะเบรกมา
เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ ของระบบขับเคลื่อน IPU เพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อ
ในการขับขี่ช่วงต่อไปไป เรียกว่าระบบ Re-Generative Brake จนกระทั่ง เมื่อหยุดรถนิ่งสนิท และเข้า
เกียร์ D เหยียบเบรกค้างไว้ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติ เข้าสู่โหมด Idling
Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ (แต่ถ้าเข้าเกียร์ N R หรือ P เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาเอง)

ส่วนระบบ HYBRID ของ Toyota นั้น มีหลักการทำงานในภาพรวม คล้ายกันกับระบบของ Honda
แต่จะต่างกันแค่ว่า เครื่องยนต์ กับ มอเตอร์ไฟฟ้า ต่างจะทำหน้าที่เป็น พระเอก 2 คน ในละครเรื่อง
เดียวกัน ช่วยกันทำมาหากินด้วยกันทั้งคู่

เมื่อติดเครื่องยนต์ หากไฟในแบ็ตเตอรี มีเหลือพอ เครื่องยนต์ของ Toyota จะไม่ติดขึ้นมา มอเตอร์
จะมีเรี่ยวแรงมากกว่าของ Honda และมากพอ ในการพารถเคลื่อนออกไป ตามลำพัง โดยไม่ต้องให้
เครื่องยนต์มายุ่งด้วย จนกว่า....

1. ผู้ขับเหยียบคันเร่งเพิ่มมากกว่าปกติ (เรียกเครื่องยนต์ มาช่วยงานเพิ่มขึ้น)
2. ใช้ความเร็วถึงระดับ 48 - 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือกดปุ่มยกเลิก EV Mode
3. ไฟในแบ็ตเตอรี เหลือไม่พอให้ขับใน EV Mode ต่อไป

เริ่มเห็นภาพขึ้นแล้วบ้างไหมครับ?

ต่างฝ่ายต่างอ้างว่า ระบบ HYBRID ของตนนั้น ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ และการประหยัดน้ำมันที่
ดีเด่นเด้งด้วยกันทั้งคู่ Toyota เคลมว่า ระบบ HYBRID ของตน เหนือกว่าทั้งในแง่ของอัตราเร่ง และ
ความประหยัดน้ำมันที่ได้ ส่วน Honda เอง ก็ไม่น้อยหน้ากัน บอกว่า ถึงจะมีอัตราเร่ง ไม่ดีเท่า แต่
ถ้าแข่งกันเรื่องความประหยัดน้ำมันละก็ Honda เอง ก็ประหยัดไม่แพ้ Toyota นั่นแหละ

ระบบห้ามล้อ คู่หน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรก มีรูระบายความร้อน คู่หลังเป็นดรัมเบรก พร้อมระบบ ดึง
พลังงานจากการเบรก หรือชะลอรถ ชาร์จไฟกลับเข้า Battery หรือ Re-Generative Brake System

ช่วยให้การตอบสนองของระบบเบรกใน Jazz HYBRID แตกต่างจาก Jazz และ City รุ่นมาตรฐาน
เพราะในระยะเหยียบลงไปแป้นเบรก ราวๆ 10% แรก จะพบว่า แป้นเบรกหยุ่นเท้า กระนั้น เมื่อ
คุณแตะเบรกเบาๆ รถก็จะเริ่มหน่วง ชะลอความเร็วลงมาให้นิดๆแล้ว ถ้าเหยียบลงไปเพิ่มขึ้นอีก
จนถึงประมาณ 50% ของระยะเหยียบทั้งหมด รถก็แทบจะเบรกจนหัวเกือบทิ่ม แต่ถ้าเหยียบเพิ่ม
ลงไปเกินกว่านั้น รถเบรกหัวทิ่มแน่ๆ ด้วยการหน่วงความเร็ว เพื่อชาร์จไฟกลับเข้าไปเก็บแบบนี้
ทำให้ตัวรถห่วงความเร็วลงมามากกว่าปกติทั่วไป ดังนั้น อย่าแปลกใจว่า ถ้าคุณถอนคันเร่ง ปล่อย
ให้รถไหลเข้าด่านเก็บเงินทางด่วน รถจะถูกหน่วงลงมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนเหลือความเร็ว
แค่เพียง 5 - 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอาจทำให้คุณต้องเหยียบคันเร่ง เพื่อเติมความเร็วเข้าด่าน
อย่างที่ผม เจอมาแล้วกับตัว



อีกประเด็นหนึ่งที่มีการปรับปรุงใน Jazz HYBRID ให้แตกต่างไปจาก Jazz รุ่นเดียวกัน คันอื่นๆ นั่นคือ การเสริม
ความแข็งแรงให้กับพื้นตัวถัง ทั้งบริเวณ มุมขอบซุ้มล้อคู่หลัง ทั้ง 2 ฝั่ง เสริมคานเหล็กตรงกลาง และแผ่นเหล็กยึด
ระหว่างคานคู่หน้าทั้ง 2 ฝั่ง
 และการเปลี่ยนแผ่นเหล็ก บริเวณที่เคยเป็นอ่างใส่ล้ออะไหล่ ให้มีรูปร่างที่สอดรับกับ
การติดตั้งแบ็ตเตอรี และชุดควบคุม IPU เป็นชิ้นส่วนที่จะมีมาให้ใน Jazz HYBRID เท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น ในเรื่องของการเก็บเสียง ยังมีการติดตั้ง แผ่นปิดใต้ท้องรถ บริเวณใต้เครื่องยนต์ และกลางคันรถ
แถมยังมีการเสริมวัสดุซับเสียงให้มากขึ้นกว่าเดิม
ตามจุดต่างๆมากมายถึงขนาดนี้

แต่เสียงรบกวนจากยางคู่หลัง ก็ยังดังเข้ามาพอให้ได้ยินกันอยู่ ยิ่งเวลารีดน้ำ ก็พอจะลอดเข้ามาให้ฉงนเล่น
อีกทั้ง เสียงของกระแสลมที่ไหลผ่านบริเวณเสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar ก็จะเริ่มได้ยินชัดเจนขึ้นหลังจาก
ความเร็วตั้งแต่ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่นอกนั้น ปัญหาเรื่องเสียงก็ถือว่าลดน้อยลงไปบ้าง



ชุดมาตรวัด มีการปรับปรุงใหม่ ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น HYBRID กล่าวคือ แสงไฟปกติจะเป็นสีน้ำเงิน
แต่ในบริเวณมาตรวัดความเร็วตรงกลางนั้น สีจะเปลี่ยนไปตาม "น้ำหนักการเหยียบคันเร่ง" ถ้าเหยียบ เบาๆ
เป็น Singular หน้าปัดจะสว่างเป็นสีเขียวใส แสดงว่า ขับประหยัดอยู่ ดีแล้ว ถ้าเพิ่มน้ำหนักเท้าลงบนคันเร่วง
อีกนิดหน่อย สีมาตรวัดจะเปลี่ยนเป็น ฟ้า เทอควอยซ์ แสดงว่า ก้ำกึ่ง ระหว่างประหยัดกับกินน้ำมัน และถ้า
เหยียบมิดตีนทะลุพื้นรถ มาตรวัดก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แสดงว่า ใช้อัตราเร่งเต็มที่


การใช้เครื่องยนต์ 1,300 ซีซี แม้จะเป็นแค่ 8 วาล์ว (2 วาล์ว/สูบ) จุดระเบิดแบบ Atkinson Cycle แต่มี
มอเตอร์ ไฟฟ้า 14 แรงม้า ก็ช่วยให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งที่ออกมา ได้ตัวเลขเท่าๆกันกับ รุ่น เครืองยนต์  
1,500 ซีซี แถมยังมีอัตราเร่งแซง 80 - 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไวกว่ารุ่นปกติ 2 วินาที โดยประมาณ ซึ่งถือว่า
เยอะอยู่ พอให้ขับทางไกล และเร่งแซงรถบรรทุกหัวลากได้สบายๆ โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่งจนจมมิดติด
พื้นรถ แค่เหยียบสัก 40 - 60 % ก็พอแล้ว



มาดูตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Jazz HYBRID กันดีกว่า
ระยะทางที่แล่นไปทั้งหมด บนมาตรวัด Trip Meter A อยู่ที่ 93.6 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 4.84 ลิตร คำนวนแล้ว
ได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย  19.33 กิโลเมตร/ลิตร

 ลั้น ลัน ลา
บันทึกการเข้า

Kob Ob Ob
Administrator
*****

ความดี ความชอบ : 434
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 1
กระทู้: 1,592


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Chonburi
ชื่อเล่น: Kob
รถ: Vigo 2005
รุ่น: 2.5 E 4D
สี: Gold
ชื่อเล่นรถ: Vigo

เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 มิ.ย. 2013, 09:43 AM »

 
   แน่นเหมือนเคย  เยี่ยม  ขอบคุณครับ  ขอบคุณคร๊าบ
บันทึกการเข้า

ร่วมรณรงค์ใช้รูปจริงของท่าน เป็นรูป Avatar (รูปประจำตัวสมาชิก)
naitor
มือสมัครเล่น
**

ความดี ความชอบ : 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 45421
กระทู้: 59


สมาชิกเมื่อ: ม.ค. 2013


« ตอบ #2 เมื่อ: 20 มิ.ย. 2013, 06:00 PM »

ไม่ต้องลังเลหรอกครับ ของผมเติม E20 วิ่งความเร็วเดินทางคงที่ 100Km/h ได้ เกือบ 21Km/l ใช้งานเฉลี่ยในเมืองก็ 15 แต่ถ้าติดนรกๆเร่งกระชากบ่อยๆ ใช้เปลืองสุดก็ ได้ 10 ครับค่าแบตตามอายุการใช้งานก็เดือนละ 500 บาท ถ้ามองว่าค่าน้ำมันที่เติมกับค่าแบตรวมกันก็ยังประหยัดกว่าเครื่องยนต์สันดาปปกติพอควรครับ อาจจะไม่หยัดเท่า prius แต่ขับสนุกกว่าเยอะ
บันทึกการเข้า
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,432


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 มิ.ย. 2013, 11:30 PM »

ถอยมาแล้วครับ แหะๆ

บันทึกการเข้า

Kob Ob Ob
Administrator
*****

ความดี ความชอบ : 434
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 1
กระทู้: 1,592


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Chonburi
ชื่อเล่น: Kob
รถ: Vigo 2005
รุ่น: 2.5 E 4D
สี: Gold
ชื่อเล่นรถ: Vigo

เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 มิ.ย. 2013, 08:19 PM »


        อ่ะนะ เห็นว่าถอยอีกคัน ไม่นึกว่าเป็น HYBRID  Smiley สวยครับ สวย

ถอยมาแล้วครับ แหะๆ


บันทึกการเข้า

ร่วมรณรงค์ใช้รูปจริงของท่าน เป็นรูป Avatar (รูปประจำตัวสมาชิก)
-TUM-
Moderator
*****

ความดี ความชอบ : 516
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 2545
กระทู้: 5,432


สมาชิกเมื่อ: พ.ย. 2008
เพศ: ชาย
จาก: Bangkok
ชื่อเล่น: Tum
รถ: Honda FIT GP
รุ่น: Hybrid
สี: Silver Metallic
ชื่อเล่นรถ: -TUM-

เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 27 มิ.ย. 2013, 12:30 AM »

ต้องรักโลกกันหน่อยครับ  ลั้น ลัน ลา
บันทึกการเข้า

GaB
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 45191
กระทู้: 44


สมาชิกเมื่อ: ธ.ค. 2012
เพศ: ชาย
รถ: FIT HYBRID
สี: NH-636P
ชื่อเล่นรถ: "คุณประหยัด"


« ตอบ #6 เมื่อ: 07 ก.ค. 2013, 04:08 PM »

ผมสงสัยอยู่เรื่องที่ทางฮอนด้าบอกว่าเหตุผลที่ต้องใช้ดรัมเบรกหลังเพื่อชาร์จไฟกลับเข้าแบ็ตไฮบริด

แต่ไหงสเป็คที่ขายในประเทศอื่นเค้าใช้ดิสเบรกได้ละครับ? จริงๆแล้วฮอนด้าไทยตั้งใจลดต้นทุนหรืออะไรกันแน่ ผมสงสัยมากๆ

คือไม่ต้องเอาอย่างอื่นมาอ้างก็ได้ครับจริงๆแล้ว อ๊าก

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=qefI1OmJnLI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=qefI1OmJnLI</a>
ดูนาทีที่ 19:14 เห็นชัดๆเต็มๆ คลิปนี้รู้สึกว่าจะเป็นรถในประเทศมาเลเซีย แต่ของเค้าจัดเต็มทั้ง Fog Lamp หน้า-หลัง Paddle Shift Cruise Control พวงมาลัยหุ้มหนัง ที่ท้าวแขนคนขับ ไฟหน้าปรับระดับได้ ที่ปัดน้ำฝนหน้าออโต้ กระจกข้างพับไฟฟ้ามีไฟเลี้ยวและไล่ฝ้า ฯลฯ อีกเพียบ ไม่น้อยหน้ารถที่ขายในญี่ปุ่นแท้ๆเลย โอยยย ยิ่งดูยิ่งเซ็ง ย๊าก ย็าก ๆ ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ก.ค. 2013, 04:11 PM โดย GaB » บันทึกการเข้า
N@TI3 CLUI3J@
มืออาชีพตัวจริง
****

ความดี ความชอบ : 9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 16593
กระทู้: 271


สมาชิกเมื่อ: มี.ค. 2011
จาก: BKK
ชื่อเล่น: Note
รถ: HYBRID
รุ่น: GP
สี: GREE


« ตอบ #7 เมื่อ: 10 ก.ค. 2013, 06:17 AM »

แต่ที่เศร้าใจ กระจกข้างพับอัตโนมือ ๆ  เหนื่อยจัง

ไม่รู้จะลดออฟชั่นทำไม จะเอา จาอาว
บันทึกการเข้า
Cha
มือใหม่
*

ความดี ความชอบ : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID: 46436
กระทู้: 11


สมาชิกเมื่อ: ก.พ. 2013


« ตอบ #8 เมื่อ: 22 ก.ค. 2013, 02:20 PM »

ตัวนอกมีดิสหลังด้วย ดีคร๊าบ
ไง้ไทยไม่มีครับ
ไฟเลี้ยวกับมือเปิดปัดน้ำผนก็คนล่ะข้างกัน งง
บันทึกการเข้า

NV Yangyont HJL Sponsor Vision HJL Sponsor TS Motor HJL Sponsor PTC Gas PTC Crystal Glass X Bar Leo Oil SK II Motor Sport HJL Sponsor
Car Cover 2 You TT Auto Xenon เกษตร-นวมินทร์ HJL Sponsor ว่าง Mr. Prakanpai TT Auto Xenon Rama9 and Ratchada HJL Sponsor ว่าง S.V.AUTO SHOP HJL Sponsor RPM Auto HJL Sponsor

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป:  

 

 

Google

Theme orange-lt created by panic. | Customized and installed under the name Blue Jazz Advance by Kob Ob Ob. Contact: admin@hondajazzlover.com


website monitoring service Spam Poison.Com